ือหัวร่ออย่างร่าเริง คนอื่นๆ สีหน้าคล้ายกลั้นหัวร่อจนเจ็บปวดกว่าเดิม ใบหน้าที่ปิดไว้ภายใต้ฝ่ามือกลายเป็นบิดเบี้ยวเหยเกกว่าเดิม คราครั้งนี้หากพวกมันตอแยแม่นางน้อยต้าเหริน วันคืนหลังจากนี้คงไม่มีวันอยู่สุขสบายแล้ว!
กงซุนชายิ้มละไม กล่าวราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น “นับเป็นนามอันประเสริฐ!”
จบสิ้นกันแล้ว มันล่วงเกินศิษย์น้องกงซุนเข้าให้แล้ว… …
12 ล่มเมือง ในที่นี้หมายถึงทำลายล้างเมือง แต่เป็นคำเดียวกันกับที่ใช้ชมโฉมหญิงงามด้วย อย่างเช่นนางงามล่มเมือง ยิ้มเดียวล่มเมือง
จั่วม่อลอบปาดเหงื่อตรงหางคิ้ว
ปรมาจารย์จี๋เหว่ยเห็นท่าไม่ดีรีบหันเหหัวเรื่องทันควัน “ส่วนชุดเกราะของเปี๋ยหานต้าเหรินเรียกว่า ‘เพลิงผลาญ’”
เปี๋ยหานเหลือบมองจั่วม่อแวบหนึ่งอย่างไร้อารมณ์ จั่วม่อรู้สึกขนหัวลุกชี้ชัน
เปี๋ยหานในใจลอบเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แน่นอนว่ามันล่วงรู้ความหมายของต้าเหริน นามนี้หมายถึงเปลวเพลิงที่มันใช้เผาผลาญยอดเขาหลักของวัดเสวียนคง นึกถึงว่ามันถูกลักพาตัวตั้งแต่ยังเล็ก จนต้องขายตัวเองให้แก่ต้าเหรินเพื่อล้างแค้น และนึกถึงว่าครั้งหนึ่งมันเคยบอกเล่าแก่ต้าเหรินว่าวันหนึ่งจะใช้เพลิงผลาญวัดเสวียนคง เปี๋ยหานรู้สึกว่าในอดีตมันช่างอ่อนต่อโลกจริงหนอ
นอกจากจั่วม่อและกงซุนชา ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเปี๋ยหานเป็นผู้ที่ใช้เพลิงผลาญวัดเสวียนคงจนราบเป็นหน้ากลอง
นาม ‘เพลิงผลาญ’ กลับเป็นที่ชื่นชมของคนอื่น ๆ เปี๋ยหานแม้เย็นชาแปลกแยก