แต่แบบฉบับการสู้รบของมันกลับดุดันปานเปลวเพลิงโหมกระหน่า กวาดทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า นามเพลิงผลาญนับว่าตั้งได้เหมาะเจาะพอดียิ่งนัก
“นามนี้ไม่เลว” เปี๋ยหานสีหน้าไร้อารมณ์ สุ้มเสียงเย็นยะเยือก
สองปรมาจารย์ค่ายจินวูลอบปาดเหงื่อเย็นเยียบ พวกมันเคยเคลือบแคลงสงสัยต่อสองนามนี้มาเป็นเวลานานแล้ว หากมิใช่ว่าต้าเหรินตั้งนามเหล่านี้ด้วยตัวเอง พวกมันจะไม่ยินยอมเห็นพ้องด้วยเป็นแน่
“แค่กแค่ก!” จั่วม่อแสร้งวางท่าเป็นสงบเยือกเย็น กล่าวรวบรัดตัดความว่า “ข้าหวังว่าทุกคนจะร่วมมือกับกงซุนชาต้าเหรินและเปี๋ยหานต้าเหริน ค้นหาวิธีการสู้รบแบบใหม่ให้สำเร็จในเร็ววันและช่าชองชำนาญก่อนใคร”
กงซุนชาเพียงยิ้มละไม เปี๋ยหานสีหน้าเฉื่อยชาไร้อารมณ์
จบสิ้นกันแล้ว จบสิ้นกันแล้ว เหล่าแม่ทัพนายกองรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ หลายคนมีสีหน้าคล้ายคิดร่าไห้ ต้าเหรินเอย ท่านเป็นคนก่อเรื่อง ไฉนให้พวกเราเป็นผู้รับเคราะห์… … สวรรค์ช่างไม่เป็นธรรม… …
จั่วม่อพอกล่าวจบคำอย่างสง่าผ่าเผย ก็โกยอ้าวจากไปทันที
วิกาลคล้อยดึก ท้องฟ้าดาดาษไปด้วยดวงดาว
จั่วม่อเอนกายอยู่บนหลังคา มีขวดสุราวางอยู่ด้านข้าง มันหนุนศีรษะกับท่อนแขน เหม่อมองทะเลดาวบนฟากฟ้าอย่างซึมเซา อากุ่ยนิ่งเงียบงันอยู่ข้างกาย ดูไม่มีสิ่งใดแตกต่างจากเมื่อเจ็ดปีก่อนแม้แต่น้อย
จั่วม่อทราบดีว่าเจ็ดปีมานี้เปลี่ยนแปลงไปมากมายเพียงใด ทั่วทั้งโลกหล้าแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
วันนี้สองยุทธภ