ว่า… …” ซวงอวี่รู้สึกว่าที่พี่ใหญ่กล่าวมาไม่มีอันใดผิดพลาด แต่มันไฉนยังคงรู้สึกว่ามีที่ใดสักแห่งไม่ถูกต้อง
“อ้อ” ซวงอวีรีบรับคำ ทังทียังสับสนงุนงง คล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจ
บรรดาอสูรอาวุโสอื่นๆ พอเห็นว่าผู้อาวุโสเยี่ยกำลังถูกกลุ้มรุมจู่โจมอย่างดุเดือด ต้องพากันอดรนทนไม่ได้ หลายคนพุ่งขึ้นหน้ามาด้วยความหวังว่าจะช่วยเหลือผู้อาวุโสเยี่ยอีกแรง
กู่เหลียงเตาทอดถอนใจราวกับยกภูเขาออกจากอก รีบชี้ชวนให้ชม“ดูสิ เป็นอย่างที่ข้าบอกใช่หรือไม่ เซี่ยวม่อเกออาศัยคนน้อยสู้พวกมาก!”
ซวงอวี่ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที “พวกเราสมควรลงมือหรือไม่
กู่เหลียงเตาไอแค่ก ๆ เป็นคำรบสอง กล่าวว่า “อย่าได้ดูแคลนเซี่ยวม่อเกอ ด้วยความเข้าใจที่ข้ามีต่อมัน มันจะต้องมีลูกไม้อื่นอย่างแน่นอน”
ซวงอวี่พยักหน้ารับ จับตามองการต่อสู้ในสนามรบที่กำลังทวีความดุเดือดรุนแรงด้วยแววตาคาดหวังรอคอย ใบหน้าเป็นประกายตื่นเต้นเร้าใจ
กู่เหลียงเตาลอบปาดเหงื่อบนหน้าผาก ในใจยังเต้นตึกตักไม่คลาย
… …
แน่นอนว่าจั่วม่อย่อมไม่ละเลยเหล่าผู้อาวุโสอสูรที่คิดสอดมือเข้ายุ่งเกี่ยว มุมปากปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบ พวกเจ้าดูแคลนวังจักรพรรดิต้องห้ามของเกอมากเกินไปแล้ว!
จริงอยู่ว่าค่ายกลยันต์และแผนผังปิศาจได้รับผลกระทบจากควันดำสลายคมอย่างใหญ่หลวง
แต่นี่คือ ‘สวนสรรค์จักรพรรดิต้องห้าม’ เมืองสีเขียวแห่งนี้ถือครองพลังอันยิ่งใหญ่ไพศาล แม้ยามนี้ถูกสะกดเอาไว้ จนใช้พลังได้อย่า