่นจนหน้าถอดสี!
“พี่ใหญ่ เซี่ยวม่อเกอที่ท่านบอกว่ากล้าหาญชาญชัยอย่างที่ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน …นี่… …ใช่คนผู้นี้จริง ๆ รึ?” ซวงอวี่ถึงกับเบือนหน้าหนีไม่กล้าชมดูอีกต่อไป หันไปถามกู่เหลียงเตาเสียงละห้อย
สามรุมหนึ่ง ทั้งไร้ยางอาย ทั้งชั่วร้าย ทั้งต่าช้าเหลือทน … …
ภาพตรงหน้าทำลายแนวคิด ความเชื่อและความบริสุทธิ์ต่อโลกของซวงอวี่อย่างสมบูรณ์ นี่… …นี่ไม่ใช่วิธีการที่คนชั่วร้ายมักจะกระทำกันหรอกหรือ?
ที่ไร้ยางอายที่สุดก็คือ เดิมทีเซี่ยวม่อเกอมีพลังฝีมือทัดเทียมกันกับผู้อาวุโสเยี่ยอยู่แล้ว แต่มันยังคงใช้วิธีกลุ้มรุม… …
ซวงอวี่ทันใดนั้นรู้สึกว่าอสูรผู้อาวุโสน่าเวทนานัก … … ช่างน่าเวทนาโดยแท้… …
กระทั่งกู่เหลียงเตายังทนดูไม่ได้ มันเป็นวีรบุรุษผู้กล้า ไม่เคยมีพฤติการณ์รังแกคนแก่ทุบตีทารกมาก่อน ต้องเสกระแอมไอติด ๆ กันหลายคำเพื่อปิดบังเค้าความกระอักกระอ่วนบนใบหน้า ขณะที่ในใจเร่งขบคิดอย่างบ้าคลั่ง “อา อา อ๊า ใช่แล้ว ซึ่งความจริงนี่เป็นกลยุทธ์ชนิดหนึ่ง ใช้พวกมากจัดการคนน้อย เป็นกฎเหล็กของการสู้รบ ถูกแล้ว ถูกแล้ว ถูกแล้วจะต้องเป็นเช่นนี้แน่ … … เจ้าลองดูเสียก่อน ที่จริงฝ่ายอสูรมีผู้คนมากกว่าตั้งเยอะ หากนับจำนวนคนทั้งหมด เซี่ยวม่อเกอกลับเรียกได้ว่าใช้คนน้อยสู้พวกมากต่างหากเล่า เมื่อครู่มันบุกโจมตีกลุ่มคนด้วยตัวมันเองคนเดียวเสียด้วยซ้า ช่างเป็นสัญชาตญาณการต่อสู้อันประเสริฐเลิศล้านัก… ….”
“แต่ว่า… …แต่