ำทั้งหมดลื่นไหลเป็นธรรมชาติดุจกำลังหยิบยื่นหมั่นโถวเนื้อหยาบให้สักลูกหนึ่งเท่านั้น
ทุกผู้คนในที่สุดค่อยตระหนักด้วยใจสั่นสะท้าน ที่แท้ยอดขุนพลผู้นี้แย่งชิงอาภรณ์ทูตสวรรค์ก็เพียงเพื่อซวงอวี่
ซวงอวี่งงงันวูบ “พี่ใหญ่ นี่… …”
“เดิมทีข้าตั้งใจจะมอบให้แก่เจ้าตั้งแต่แรก แต่ข้ายากจนข้นแค้น ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงโอสถปราณเม็ดเดียวที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้บ้าง ข้าเกรงว่าเจ้าจะผิดหวังจึงไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า” กู่เหลียงเตาอธิบายอย่างไม่อนาทรร้อนใจ
ซวงอวี่รู้สึกจมูกแสบร้อน มันไหนเลยจะไม่รู้ว่ากู่เหลียงเตายากจนข้นแค้นปานใด โอสถวิญญาณห้าธาตุถือเป็นสมบัติชั้นสูงเพียงหนึ่งเดียวที่กู่เหลียงเตามี
ทุกผู้คนสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง สายตาที่พวกมันมองดูกู่เหลียงเตาเปลี่ยนเป็นเต็มไปด้วยความนิยมยกย่อง ไม่ว่าผู้ใดที่สามารถทำเรื่องเช่นนี้อย่างเป็นปกติธรรมชาติล้วนควรค่าแก่ความเคารพยกย่อง ผู้คนในที่สุดค่อยเข้าใจ ความสำเร็จของกู่เหลียงเตาในทุกวันนี้หาใช่ได้มาเพราะโชคช่วยไม่
“พี่ใหญ่… …” ซวงอวี่ดวงตาแดงก่า
กู่เหลียงเตาขมวดคิ้ว ดุว่าอย่างอดไม่ได้ “ผ่านมานานปีถึงเพียงนี้ ไฉนเจ้ายังไม่เลิกขี้แยอีก?”
ซวงอวี่สีหน้าขวยเขิน ขณะที่ถืออาภรณ์ทูตสวรรค์เอาไว้ในมือ สีหน้าของมันในยามนี้ไม่ต่างจากเด็กน้อยได้รับของเล่นที่ใฝ่ฝันมานาน
หมิงเยวี่ยเยี่ยเฝ้ามองฉากนี้ ในใจเย็นเฉียบยิ่งกว่าเดิม นางหวาดวิตกอย่างลึกล้าต่อการกระทำของบุรุษนามกู