วพลันกล่าวว่า “ผู้อาวุโสหมิง ท่านลองดูบ้าง”
“ทราบแล้ว!” ผู้อาวุโสผมเผ้าขาวโพลนดุจหิมะพยักหน้ารับคำ มันก้าวออกไปยืนตรงหน้าศิลาทดสอบกระบี่ที่กลายเป็นสองเสี่ยง โคจรพลังเทพแล้วตวัดกระบี่ฟันตรง ๆ หนึ่งกระบวนท่า กระบี่ผ่าเข้าไปในก้อนศิลาไม่ถึงครึ่ง
เหล่าผู้อาวุโสตากระจ่างวูบ แต่ละคนเผยสีหน้าครุ่นคิดทันที
“เป็นไปดังที่ข้าคาดเอาไว้!” ดวงตาทรงอำนาจของเจ้าสำนักคุนหลุนทอประกายเจิดจ้า มันกล่าวอย่างเคร่งเครียด “หากชนชั้นฝ่านซูเริ่มฝึกปรือพลังเทพ พลังยุทธ์ของพวกมันแม้เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่มากเท่ากับผู้ที่ยังไม่ได้อยู่ในด่านฝ่านซู”
มันมองกระบี่บินที่อยู่ในมือ สีหน้าหมองลงเล็กน้อย กระบี่บินของมันก็เป็นระดับเจ็ดเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีร่องรอยเสียหายอันใด สามารถเห็นได้ว่าพลังเทพของมันอ่อนด้อยกว่าพลังเทพของหลินเชียนจริง ๆ
“เช่นนั้นการฝึกปรือพลังเทพโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สมควรเป็นหนทางที่ดีที่สุดกระมัง?” ผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่งอดกล่าวไม่ได้
“หลินเชียน เจ้าเห็นว่าอย่างไรเจ้าสำนักคุนหลุนหันไปถามศิษย์เอกของตนอย่างกะทันหัน
หลินเชียนนิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ“ศิษย์รู้สึกว่าไม่คล้ายจะเป็นเช่นนั้น แท้ที่จริงแล้วพลังเทพของเราแตกต่างจากพลังเทพในยุคบรรพกาล พลังเทพของเรามีต้นกำเนิดมาจากพลังปราณ อาจมองว่ามันเป็นพลังใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยมีพลังปราณและเจตจำนงกระบี่เป็นรากฐานก็ไม่ผิด นี่