องฝืนยืดหยัดให้ได้
มันเห็นแล้วว่าวิหารเทพปิศาจพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ความหวังเสี้ยวสุดท้ายในใจมันเหือดหายไปด้วย หากอีกฝ่ายเป็นตัวตนเช่นสมาคมอาจารย์ศาสตรามาร อี้อันหาได้หวั่นเกรงไม่ แต่หากต้องเผชิญกับมหาอำนาจเข่นสภาผู้อาวุโสเผ่าอสูร ศาลาสมบัติหายากของมันจะไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย
ดังนั้นโอกาสเพียงหนึ่งเดียวที่มันเหลืออยู่ คือกระโจนเข้าร่วมกับเซียวอวิ๋นไห่ อ้อ ไม่ถูกต้อง เป็นเซี่ยวม่อเกอ!
สองนามนี้หมายถึงสองสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เซียวอวิ๋นไห่เป็นปรมาจารย์ศาสตรามาร เป็นตัวแทนของผลกำไร! แต่เซี่ยวม่อเกอคือยอดยุทธ์ผู้ใช้พลังเทพ เป็นขุนศึกผู้ครอบครองขุมกำลังอันกล้าแกร่ง และเป็นตัวแทนของการอยู่รอดปลอดภัย
ไม่ว่าที่ไหนเมื่อไร การอยู่รอดปลอดภัยย่อมสำคัญกว่าผลกำไรอันใด
อี้อันเป็นคนทำการค้า ทราบดีว่าเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ มันต้องพิสูจน์คุณค่าของตน พิสูจน์คุณค่าของศาลาสมบัติหายาก ไคว่อานยามนี้ล่วงเกินสภาผู้อาวุโสเผ่าอสูรเพื่อเซี่ยวม่อเกอ แต่หากเซี่ยวม่อเกอไม่คิดบาดหมางกับสภาผู้อาวุโสเผ่าอสูร อาจไม่แยแสสนใจต่อชะตากรรมของพวกมัน
ในเวลานี้ ของสิ่งเดียวที่เซี่ยวม่อเกอกังวลสนใจ ย่อมต้องเป็นต้นหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณ!
เซี่ยวม่อเกอยินดีใช้ศาสตรามารปฐพีแลกกับหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณ เช่นนั้นหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณมีความสำคัญต่อเซี่ยวม่อเกอมากเพียงใด เพียงดูจากการนี้ก็เห็นได้ชัดเจน
อี้อันยืนนิ่งเงียบอยู่น