กเย็น แต่หัวใจจมดิ่งลงเล็กน้อยท่าสังหารเมื่อครู่เป็นเทพวิชาที่นางเพิ่งบรรลุเมื่อไม่นานมานี้เอง เรียกว่า‘จันทราแรกสังหาร’ นางเห็นคนเหล่านี้ทั้งเย่อหยิ่งจองหองทั้งวางอำนาจบาตรใหญ่ คิดขู่ขวัญพวกมันสักครา ดังนั้นใช้กระบวนท่านี้ปลิดชีวิตหนึ่งคนอย่างไม่ลังเล ‘จันทราแรกสังหาร’ แม้ร้ายกาจยิ่ง แต่สิ้นเปลืองพลังเทพปริมาณมาก ยามนี้พลังเทพของนางสิ้นสูญไปกว่าครึ่ง
สิ่งที่นางไม่คาดคิดก็คือ ในขณะที่ผู้อาวุโสอื่น ๆ ถูกขู่ขวัญจนเสียขบวนรวนเร สตรีนามหมิงเยวี่ยเยี่ยนั้นกลับไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย
คลื่นพลังเทพที่หมิงเยวี่ยเยี่ยระเบิดออกมายังทำให้เขิงเหลียนเอ๋อร์ประหลาดใจไม่น้อย ถึงกับกล้าแข็งกว่าผู้อาวุโสสวีไม่รู้เท่าใด หากนางยังมีพลังสมบูรณ์เต็มที่ เขิงเหลียนเอ๋อร์เชื่อมั่นว่าสามารถต่อกรกับสตรีอันตรายนางนี้โดยไม่เพลี่ยงพล้า แต่ยามนี้ขอเพียงลงมือ ความลับของนางจะถูกเปิดเผยทันที
ชิงฮวาเสวี่ยแม้พลังฝีมือรุดหน้าก้าวไกล แต่ไม่ได้ฝึกปรือพลังเทพเมื่อเทียบกับผู้อาวุโสเหล่านี้ยังห่างไกลกันมาก ไม่อาจช่วยเหลืออันใด
ขณะที่เขิงเหลียนเอ๋อร์เริ่มวิตกกังวลขึ้นมา สุ้มเสียงเย็นเยียบพลันดังกังวานลงมาจากฟากฟ้า
“นั่นต้องดูว่าเป็นแขกเหรื่อเช่นไร แขกเหรื่อที่ไม่ได้รับเชิญเยี่ยงพวกเจ้า ข้าต้อนรับเช่นนี้ไม่เห็นมีอันใดไม่ถูกต้อง!”
หมิงเยวี่ยเยี่ยม่านตาหดแคบลงทันควัน
ชั่วพริบตาที่สุ้มเสียงนั้นดังขึ้น เปลวไฟสีทองสายหนึ่งพลันพุ่งข