ึ้นจากพื้น แผ่ขยายออกไปสองฟากข้างอย่างเร่งร้อน กั้นขวางกึ่งกลางระหว่างเขิงเหลียนเอ๋อร์กับหมิงเยวี่ยเยี่ย
เห็นเปลวไฟสีทองตรงแน่วเส้นหนึ่ง ราวกับมีดคมกล้ากรีดผ่านแบ่งแยกสองฝ่ายออกจากกันอย่างสมบูรณ์
“ผู้ที่ข้ามเส้นนี้มา ล้วนฆ่าโดยไม่ละเว้น!”
สุ้มเสียงเย็นยะเยือกเต็มไปด้วยกลิ่นอายฆ่าฟัน ประหนึ่งสายลมเหมันต์พัดผ่านในใจเหล่าผู้อาวุโสเผ่าอสูร แต่ละคนรู้สึกเย็นเยียบจับใจ
แต่ไม่มีผู้ใดกล้ายึดถือวาจานี้เป็นเรื่องขบขัน เส้นเปลวไฟสีทองแม้ลุกไหม้อย่างเงียบเชียบ ทว่าความบริสุทธิ์ของพลังเทพที่แฝงอยู่ภายในขู่ขวัญพวกมันจนตะลึงลาน!
ในโลกถึงกับมีพลังเทพที่บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้!
ชั่วพริบตานี้กระทั่งหมิงเยวี่ยเยี่ยยังลืมหายใจ นางเองก็ถูกขู่ขวัญแล้วถึงกับหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ยามนี้นางทราบชัดแล้วว่านางประเมินเซี่ยวม่อเกอต่าทรามเกินไป ฝีมือพลังเทพของอีกฝ่ายเหนือล้ากว่าที่นางคาดเอาไว้มาก
ชั่วอึดใจให้หลัง สีหน้านางกลับเป็นปกติ เซี่ยวม่อเกอแม้พลังฝีมือกล้าแข็งกว่าที่นางคิด แต่ในด้านกำลังคนฝ่ายนางยังคงมีเปรียบอย่างเต็มที่
ผู้อาวุโสทั้งหมดที่อยู่รอบกายนางล้วนฝึกปรือพลังเทพ แม้พลังฝีมือของแต่ละคนอาจไม่เข้มแข็งเท่าเซี่ยวม่อเกอ แต่หากพวกมันผนึกกำลังกันย่อมไม่ตกเป็นเบี้ยล่าง
เพียงชั่วอึดใจสั้น ๆ นางพิจารณาผลได้ผลเสียอย่างถี่ถ้วน
หมิงเยวี่ยเยี่ยลอบกำหนดมรดกเคล็ดวิชาพลังเทพของเซี่ยวม่อเกอเพิ่มเข้าไปในจุดมุ่งหมายของพ