วกนางคราวนี้ด้วย นอกจากอาภรณ์ทูตสวรรค์แล้ว หากพวกนางสามารถครอบครองมรดกเคล็ดวิชาพลังเทพของเซี่ยวม่อเกอ อาจสามารถปรับปรุงแก้ไขพลังเทพของสภาผู้อาวุโสเผ่าอสูรจนสมบูรณ์พร้อม
“เซี่ยวม่อเกอ เจ้าคิดเป็นศัตรูกับสภาผู้อาวุโสหรือ?” หมิงเยวี่ยเยี่ยไม่ยอมเลิกรา เอ่ยถามด้วยเสียงเย็นเยือก
เบื้องหลังม่านเพลิงเป็นความเงียบอย่างสมบูรณ์ ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อใด เขิงเหลียนเอ๋อร์และชิงฮวาเสวี่ยนำตัวไคว่อานหายไปแล้ว
“เซี่ยวม่อเกอ ประวัติความเป็นมาของเจ้าแม้ยังไม่เปิดเผย แต่จะต้องมีสายเลือดของเผ่าอสูรเราเป็นแน่” หมิงเยวี่ยเยี่ยไม่ท้อถอย สุ้มเสียงของนางยังคงหนักแน่นมั่นคง “เวลานี้ใต้หล้าถึงกาลเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง เจ้าไม่คิดกระทำการให้ระบือลือลั่นบ้างรึ? สภาผู้อาวุโสเราชื่นชอบ
คนมีฝีมือ เจ้าเองก็เป็นคนที่พวกเราต้องการ! หากเจ้ายินดีเข้าร่วมสภาผู้อาวุโส ข้าก็ยินดีสละตำแหน่งของข้า ขอเป็นผู้ช่วยของเจ้าแทน! สภาผู้อาวุโสมีกองทัพมากมาย มีทรัพยากร มีผู้คน พวกมันสามารถสนับสนุนเจ้าอย่างที่เจ้าคาดไม่ถึง ส่วนขุมกำลังของเจ้าในตอนนี้จะยังคงอยู่ในคำบัญชาของเจ้าอย่างสมบูรณ์ รับรองว่าสภาผู้อาวุโสจะไม่ก้าวก่ายแม้แต่น้อย!”
ผู้อาวุโสอื่น ๆ พอฟังล้วนสีหน้าแปรเปลี่ยน สายตาที่พวกมันมองดูหมิงเยวี่ยเยี่ยไม่เพียงตื่นตะลึง แต่ยังเต็มไปด้วยความนับถือเลื่อมใส!
ภายในเนินสุสานภูต จั่วม่อเองยังอดนับถือเลื่อมใสหมิงเยวี่ยเยี่ยไม่ได้เช่นกั