ดังถึงหูของจั่วม่อผู้จมอยู่ในภวังค์
หลังจากงงงันวูบ จั่วม่อตั้งสติเล็กน้อยก็พลันเข้าใจเรื่องราวในบัดดลในเวลานี้ค่ายกลกว่าครึ่งสำเร็จลุล่วงไปแล้ว มันไม่ได้สอดมือเข้าไปในทันทีแต่ลอบสังเกตการณ์จากในเงามืดอยู่ครู่ใหญ่
แม่ทัพภูตตีฝีมือกล้าแข็ง สิ่งที่จั่วม่อคาดไม่ถึงคือมันแผ่กลิ่นอายของพลังเทพออกมาอย่างชัดเจน นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดมันจึงสามารถต่อกรกับอากุ่ยได้นานถึงเพียงนี้ เหตุผลอีกประการหนึ่งก็คืออย่าได้เห็นว่าอมุษย์ตนนี้ดูแข็งกระด้างเหมือนท่อนไม้ แท้ที่จริงช่าชองชำนาญในการต่อสู้เป็นที่สุด ไม่ว่ากระบวนท่าหรือปฏิกิริยาตอบโต้ของมัน มีอยู่หลายครั้งที่ทำเอาจั่วม่อถึงกับตื่นตะลึง ภูตผีตนนี้ก่อนตายจะต้องเป็นยอดฝีมือที่ร้ายกาจยิ่งผู้หนึ่ง
หลังจากเฝ้าดูอยู่ชั่วครู่ จั่วม่อค่อยเข้าใจมากขึ้น ซึ่งความจริงแม่ทัพปิศาจตนนี้พลังฝีมืออ่อนด้อยกว่าอากุ่ยอยู่ขั้นหนึ่ง เหตุที่มันสามารถต่อสู้ได้คู่คี่ก้ากึ่งกับอากุ่ย ก็เพียงเพราะว่ามันมีประสบการณ์ต่อสู้ที่มากมายมหาศาลกว่า
อย่างไรก็ตาม อากุ่ยผู้พึ่งพาแต่สัญชาตญาณในการต่อสู้ ไม่เคยถูกจำกัดด้วยอารมณ์ความรู้สึกของปุถุชน เพียงชั่วระยะเวลาไม่นาน นางก็เริ่มลอกเลียนแบบฉบับการต่อสู้ของฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ประมืออีกไม่กี่กระบวนท่านางพลันพลิกกลับเป็นฝ่ายมีเปรียบ
คลื่นพลังเทพของแม่ทัพภูตผีกระตุ้นความกระหายใคร่รู้ของจั่วม่อขึ้นมา พลังเทพขุมนั้นเต็มไปด้วยพลังงานแห่งค