ที่มันจะหายจากการอาการมึนงงและดิ้นรนลุกขึ้น สองดรรชนีที่ปกคลุมด้วยเพลิงม่วงพลันทิ่มใส่เบ้าตากลวงเปล่าของมัน จู่โจมถูกลูกไฟสีดำทั้งสองอย่างถนัดถนี่
แม่ทัพภูตผีตัวแข็งทื่อ กลายเป็นเชื่องเชื่อในทันที ใบหน้าที่ปกคลุมด้วยพลังหยินทอแววหวาดหวั่นพรั่นพรึง
จั่วม่อปรากฎกายขึ้นด้านข้างอากุ่ยในบัดดล ก้มลงมองสำรวจแม่ทัพปิศาจอย่างสนอกสนใจ
จั่วม่อแม้เคยเข่นฆ่าภูตผีวิญญาณร้ายมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยตั้งใจศึกษาพวกมันเป็นจริงเป็นจังมาก่อน แม้แต่ในภพเซียนของมัน ซิวเจ่อที่ใช้พลังหยินนับว่าหาได้ยากยิ่ง เนื่องเพราะพลังหยิน พวกมันมักไม่เป็นที่ต้อนรับของผู้คนทั่วไป
แม่ทัพปิศาจตนนี้เมื่อสามารถต่อกรกับอากุ่ยได้นานถึงเพียงนี้ พลังฝีมือของมันย่อมไม่รวบรัดธรรมดา ทำให้จั่วม่อยิ่งสงสัยใคร่รู้ต่อพลังเทพของอมนุษย์นี้เป็นอย่างยิ่ง มันกรีดดรรชนีติดต่อกันหลายครั้งครา ริ้วแสง
หลายสายแทรกหายเข้าไปในร่างของแม่ทัพภูตผี แม่ทัพภูตผีตัวแข็งทื่อไม่อาจขยับเคลื่อนไหวแม้แต่ปลายนิ้ว
อากุ่ยค่อยขยับมือออกจากเบ้าตาของอมนุษย์ ยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง แม่ทัพปิศาจมองดูจั่วม่อด้วยความหวาดกลัวสุดระงับ กลิ่นอายสภาวะของจั่วม่อเป็นพิษร้ายสำหรับมันอย่างแท้จริง พลังเทพสุริยันสุดหยางสุดแกร่งกร้าว ย่อมเป็นดาวข่มตามธรรมชาติของภูตผีวิญญาณร้ายซึ่งเกิดจากพลังหยินอย่างมัน
นี่เองจึงเป็นเหตุผลว่าไฉนในสถานที่ที่มีพลังหยินเปี่ยมล้นสมบูรณ์เช่นนี้ จั่วม่อจึงไม่