แคลงสงสัยของเขิงเหลียนเอ๋อร์ สุ้มเสียงของนาง
ไม่พลุ่งพล่าน แต่เปี่ยมล้นไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง บันดาลให้ผู้คนบังเกิดความรู้สึกว่านางสามารถกระทำได้ทุกสิ่ง
“ผู้ใดบอกว่าเราจะไม่ขาย?” เขิงเหลียนเอ๋อร์ยิ้มจาง ๆ “เพียงแต่ด้วยนิสัยใจคอของปรมาจารย์ ยุทธภัณฑ์เทพเทียมย่อมมิใช่ราคาถูก”
ยุทธภัณฑ์เทพเทียม!
สามคำนี้เห็นได้ชัดว่ากระทบใจเหล่าผู้อาวุโสเผ่าอสูร พวกมันแม้สีหน้ายังเหมือนเช่นปกติ แต่แววตาที่เปลี่ยนเป็นร้อนแรงย่อมไม่อาจหลุดรอดจากสายตาของเขิงเหลียนเอ๋อร์
“ยุทธภัณฑ์เทพเทียม ยุทธภัณฑ์เทพ ย่อมมีคุณสมบัติพอที่จะตั้งราคาเช่นนั้น” หมิงเยวี่ยเยี่ยสีหน้าปกติธรรมดา “เจ้าสามารถเสนอราคาแทนตัวปรมาจารย์หรือไม่?”
“ไม่” เขิงเหลียนเอ๋อร์แย้มยิ้มอย่างเยือกเย็น
“เช่นนั้นเชิญปรมาจารย์ออกมาเสนอราคาเถอะ” หมิงเยวี่ยเยี่ยกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม
“ขออภัยด้วย ท่านปรมาจารย์อยู่ในระหว่างปิดด่านกักตน จะใช้เวลาราวสามวัน ทุกท่านโปรดกลับมาใหม่ในอีกสามวันให้หลังเถอะ” เขิงเหลียนเอ๋อร์กล่าวตรง ๆ
“สามวัน?” หมิงเยวี่ยเยี่ยสั่นศีรษะ “พวกเรามิอาจรอนานปานนั้น”
“เช่นนั้นคงไม่มีทางอื่นแล้ว” เขิงเหลียนเอ๋อร์ก็สั่นศีรษะด้วย
หมิงเยวี่ยเยี่ยใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเบิกบานปานบุปผา “อย่างนั้นให้พวกเราลองรับทราบพลังเทพจันทราของแม่นางเขิงดู ผู้อาวุโสสวีต้องรบกวนท่านแล้ว”
ผู้อาวุโสผู้มีสุ้มเสียงแหบลึกพยักหน้ารับคำ ก้าวช้า ๆ ออกมาจากข