นเนินสุสานภูต
ยิ่งสำรวจลึกเข้าไปเท่าใด สีหน้าของมันก็ยิ่งหนักอึ้งขึ้นมากเท่านั้นพลังงานหยินยิ่งมายิ่งหนาหนัก เข้มข้นจนทบจะจับต้องได้ อากาศรอบข้างเป็นสีเทาจาง ๆ ความเย็นเยียบของสภาพแวดล้อมทิ่มแทงเสียดผิวราวกับหนามแหลมนับไม่ถ้วน จั่วม่อต้องโคจรพลังของสังขารปิศาจอุปกรณ์สวรรค์สิบอีกาเพื่อต้านทานพลังงานหยินอันน่าประหวั่นพรั่นพรึง
มันไม่ได้มุ่งสำรวจต่อไป ห้าสิบลี้ก็เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการในการตั้งค่ายกล ‘สวนสวรรค์จักรพรรดิต้องห้าม’ ของมันแล้ว ที่สำคัญยิ่งกว่า คือมันไม่มีเวลาให้สำรวจตรวจตราเพิ่มเติมอีกแล้ว
ท้องนภาเริ่มฉาบทาด้วยแสงทอง รุ่งอรุณกรายมาอย่างรวดเร็ว
จั่วม่อทราบว่าผู้คนในเมืองปู้โจวเหล่านั้น ส่วนใหญ่สมควรได้รับข่าวการหลบหนีออกจากเมืองของมันแล้ว
เวลาไม่คอยท่า มันต้องใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุด!
จั่วม่อละวางความกังวลเร้นลับที่กรีดระงมอยู่ในใจ เริ่มลงมือก่อตั้งค่ายกล ‘สวนสวรรค์จักรพรรดิต้องห้าม’ ในบัดดล
“ที่แท้เซียวอวิ๋นไห่ก็คือเซี่ยวม่อเกอ! ข่าวสำคัญที่ลู่หานคิดส่งกลับมาตั้งแต่เมื่อค่าคืนก่อน สมควรเป็นเรื่องนี้เอง“ โฮ่วฟงกล่าวเสียงขรึมเครียดเซียนกระบี่ผู้นี้ร่างสูงใหญ่กำยำ แต่แขนขายาวให้ความรู้สึกที่ปราดเปรียวบนหลังสะพายกระบี่ที่ทั้งหยาบหนาและใหญ่โตเล่มหนึ่ง
“กลุ่มของเหลยอี้ล้มตายหมดสิ้น กลุ่มของลู่หานก็ล้มตายหมดสิ้น”เป้ยเซียงสีหน้าเคร่งขรึม สุ้มเสียงเบาต่า นางเป็นมือขวาของโ