ฮ่วฟง ทั้งคู่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันมานาน รู้ใจกันเป็นอย่างดี
“หากความจำของข้าไม่ผิดพลาด ทางสำนักมีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเซี่ยวม่อเกออยู่จำนวนหนึ่งใช่หรือไม่โฮ่วฟงถาม
เป้ยเซียงผู้นี้ล่วงรู้ข้อมูลข่าวสารทุกชนิดเท่ามีอยู่ในสำนัก นางตอบคำโดยปราศจากท่าทีลังเลไม่แน่ใจแม้แต่น้อย “ถูกแล้ว เซี่ยวม่อเกอเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของเรา การสืบสวนเรื่องราวเกี่ยวกับมันไม่เคยหยุดนิ่งมาก่อน ดูจากข้อมูลข่าวสารเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีความเป็นไปได้มากว่าเซี่ยวม่อเกอผู้นี้อาจเป็นจั่วม่อ”
“จั่วม่อ?”
“สำนักกระบี่สุญตา??” โฮ่วฟงยิ่งขมวดคิ้วแนบแน่นกว่าเดิม “ข้าจำได้ว่านอกจากเหวยเสิ้ง ศิษย์สำนักกระบี่สุญตาทุกคนสมควรตกตายไปหมดสิ้น”
“เนื่องเพราะก่อนหน้าที่กองทัพอสูรจะบุกเข้ารุกราน จั่วม่อถูกส่งออกไปยังสถานที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง ตั้งแต่นั้นมามันก็ขาดการติดต่อกับสำนักกระบี่สุญตา ผู้ที่ร่วมทางไปกับมันในครั้งนั้นมีกงซุนชาและศิษย์อื่นๆ อีกหลายคน” เป้ยเซียงสาธยาย
โฮ่วฟงสีหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย “เป็นกงซุนเสี่ยวเหนียงแม่นางน้อยแซ่กงซุน)
“มิผิด!” เป้ยเซียงผงกศีรษะรับ
“สำนักกระบี่สุญชาช่างมีอัจฉริยบุรุษมากหน้าหลายตานัก ข้าจดจำเหวยเสิ้งได้ คนผู้นั้นเข้มแข็งยิ่ง เสวียตงเองก็ชื่นชมกงซุนชาไม่น้อย นึกไม่ถึงว่ามันจะมาจากสำนักกระบี่สุญตาเช่นกัน”
“นั่นก็ใช่แล้ว ซึ่งความจริงเบาะแสเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เราค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเซี