่ยวม่อเกอ ก็สืบเนื่องจากกงซุนชาเอง” เป้ยเซียงกล่าวปนทอดถอน
“เช่นนี้ก็หมายความว่าทั้งเซี่ยวม่อเกอและเซียวอวิ๋นไห่ ล้วนแล้วแต่แปลกปลอมกระมัง?”?”
“รวมทั้งพลังเทพและเทพวิชาด้วย!” เป้ยเซียงช่วยเสริม “ชาติกำเนิดของมัน… …มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเกี่ยวข้องกับมรสุมโลหิตเมื่อยี่สิบหกปีก่อน”
โฮ่วฟงดวงตาวาวจ้า รำพึงเบา ๆ ว่า “มิน่าเล่า… …”
ทันใดนั้น เป้ยเซียงหน้าเปลี่ยนสีอย่างฉับพลัน “กลุ่มของเซี่ยหลี่เกิดเรื่องแล้ว”
โฮ่วฟงพอฟังต้องมีสีหน้าขัดตาอยู่บ้าง นิ่งงันไปนาน นับตั้งแต่เมื่อครั้งที่หลินเชียนต่อสู้ช่วงชิงหลักศาลาปิศาจ การเคลื่อนไหวในแดนปิศาจของคุนหลุนยิ่งมายิ่งยากลำบาก เผ่าปิศาจแทบทั้งหมดคล้ายพร้อมใจกันต่อต้านคุนหลุนโดยไม่ต้องเอ่ยออกจากปาก คราครั้งนี้ยิ่งเห็นได้ชัด พวกมันหากประมาทพลาดพลั้งแม้แต่น้อย ตัวตนในฐานะศิษย์คุนหลุนถูกแพร่งพรายออกไป พวกมันจะตกเป็นเป้าล้อมสังหารจากทุกทิศทาง
ครั้งนี้พวกมันดั้นด้นเดินทางไกลมาถึงที่นี่ ต้องต่อสู้ในแดนที่มีแต่ศัตรูรอบด้าน ข้อเสียเปรียบที่ต้องแบกรับนับว่าหนักหน่วงยิ่ง เหล่าเซียนกระบี่ที่ถูกส่งมายังแดนปิศาจในคราวนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือของสำนัก แทบทั้งหมดล้วนเป็นยอดคนเนฝ่านซูและกึ่งฝ่านซู ความสูญเสียระดับนี้กระทั่งคุนหลุนยังไม่อาจแบกรับไหว
จากนั้นสีหน้าของมันกลายเป็นลิงโลดยินดี “คำสั่งให้กลับไปยังสำนัก!”
“กลับไปยังสำนัก?”
? วิหารเล็ก ๆ เยี่ยงพวกมันไหนเลยจะย