ลู่หานยังคงโลดแล่นต่อไปอีกกกว่าสามจั้ง ประกายสีม่วงเข้มก็กร่อนสลายร่างกายของมันอย่างเห็นได้ชัดด้วยแต่เปล่า แต่ที่ชวนให้ผู้คนหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ คือลู่หานยังคล้ายไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย ยังคงมุ่งมั่นทุ่มเทท่าร่างหลบหนีจากศัตรูที่ด้านหลัง ริ้วแสงพลังสีม่วงค่อย ๆ สลาย
สีหน้ากระด้างเย็นชาของหัวหน้าผู้คุ้มกันแห่งศาลาสมบัติหายากถึงกับแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก
จั่วม่อสีหน้าแปรเปลี่ยนไม่หยุดยั้ง ลอบคร่าครวญอย่างหวนโหย ผิดท่าแล้ว มันไม่ทราบว่าอากุ่ยไฉนอยู่ดี ๆ ลงมือเข่นฆ่าคนผู้นี้ อากุ่ยในสภาพนี้กระทำการไปตามสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว นางจะต้องสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างเป็นแน่! หรือว่าคนของคุนหลุนผู้นี้ในอดีต… …
จั่วม่อสะบัดศีรษะ นี่ยังไม่ใช่เวลาจะมาขบคิดถึงต้นสายปลายเหตุหรือหนี้แค้นในอดีต อากุ่ยพอลงมือโดยไม่คาดฝันก็ไม่อาจปกปิดซ่อนเร้นอีก ศัตรูอีกสองคนที่ยังคงซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืดจะต้องเห็นการโจมตีของนางอย่างชัดตา
ตัวตนของพวกมันจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า
จั่วม่อสูดหายใจลึก ๆ สะกดข่มความตื่นตะลึงในใจ สมาธิจิตใจพลันสงบเยือกเย็นอย่างไร้ที่เปรียบ พวกมันเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว มันจะต้องก่อตั้งค่ายกลให้เสร็จสิ้นก่อนที่คนเหล่านั้นจะทันได้ตอบสนองต่อเหตุพลิกผันครั้งนี้
ถึงยามนี้ไม่มีเวลาพอให้หลบลี้หนีหน้าอีก ผู้ที่มารวมตัวกันในค่าคืนนี้สมควรเป็นเหล่ายอดยุทธ์ที่กล้าแข็งที่สุดในภพทั้งสาม โอกาสที่จะหนีรอดจากคนเห