ียงนี้ พวกมันไหนเลยจะไม่ทราบได้
ทังเฉินใบหน้าขาวซีด แรงสั่นสะเทือนจากการต่อสู้นอกเมือง กระทั่งมัน จอมปิศาจด่านไสว้ผู้หนึ่งยังต้องใจสั่นสะท้าน ข้างกายมันเป็นบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง ถัดจากคนผู้นั้นเป็นฉินหมิง จงเวิ่นเทียนและซือกงจื้อผู้ยืนสำรวมตนเยื้องไปทางด้านหลัง บุรุษกลางคนยังจะเป็นใครไปได้อีก นอกจากตี๋ไสว้ผู้เดินทางมาถึงเป็นการลับในค่าคืนนี้เอง!
ตี๋ไสว้สีหน้าหนักอึ้งเคร่งเครียด “พวกมันทั้งคู่ล้วนใช้พลังเทพ”
แววตื่นตะลึงบนใบหน้าของฉินหมิงยากจะปกปิดซ่อนเร้น พวกมันทั้งสี่ล้วนเป็นยอดยุทธ์ด่านไสว้ ทว่าต่อให้พวกมันถือครองศาสตรามารปฐพีแต่หากจะสำแดงอานุภาพถึงระดับนี้ ยังต้องทุ่มเทอย่างสุดกำลัง
แต่คนทั้งสองนั้นคล้ายท่องชมทิวทัศน์ในสวนหลังบ้านก็มิปาน ทว่าคลื่นพลังที่เปล่งออกมาจากแต่ละกระบวนท่าสามารถพลิกขุนเขาแยกสมุทร!
ตี๋ไสว้กวาดตามองเหล่าสหายข้างกาย พอเห็นสีหน้าของพวกมัน ก็ล่วงรู้อย่างชัดแจ้งว่าพวกมันถูกขู่ขวัญจนลนลานแล้ว พลันแย้มยิ้มออกมากล่าวว่า “เวิ่นเทียน หากเจ้ากับเหล่าฉินผนึกกำลังกัน มีความมั่นใจที่จะรับมือโหยวซือหย่าเค่อหรือไม่?”
จงเวิ่นเทียนดวงตาเป็นประกาย คำรามออกมา “ย่อมสามารถต่อกรสักครา!”
อีกสองคนสีหน้าคลายใจลงเล็กน้อย
“นั่นก็ใช่แล้ว!” ตี๋ไสว้สุ้มเสียงหนักแน่นเปี่ยมพลัง “นับรวมข้ากับเหล่าทังเข้าไปด้วย พวกเราสี่จอมปิศาจด่านไสว้กับศาสตรามารปฐพีอีกสี่เล่ม หากนับด้วยวิธีนี้ พวกเราเท