ว… …
… …ภายใต้ม่านกระบี่โลหิตอันน่าหวาดสะพรึง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนบูชาต่อกระบี่ มันเห็นความยึดมั่นศรัทธาที่ปราศจากความคลางแคลงใจ กระทั่งกลิ่นอายสภาวะบนร่างมันก็สัตย์ซื่อถือมั่นและกระจ่างชัด ไม่มีร่องรอยของความบ้าคลั่งแม้สักส่วนเสี้ยว! เพียงมองแวบเดียวเหลยอี้ก็ตระหนักแน่แก่ใจ บุรุษนามเหวยเสิ้งผู้นี้กอรปด้วยใจกระบี่เด็ดเดี่ยวมั่นคงดุจหินผา ชั่วพริบตานั้นไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด มันพลันนึกถึงหลินเชียน ทั้งยังนำคนทั้งสองมาเปรียบเทียบกันโดยไม่รู้ตัว
หลินเชียนเลิศล้ากว่าเด็กผู้นี้มาก… …
จิตใต้สำนึกของเหลยอี้บอกตนเองเช่นนี้ แต่ชั่วพริบตานี้เอง มันพอดีประสานสบตากับเหวยเสิ้ง เบื้องหลังม่านกระบี่สีโลหิต ในดวงตาคู่นั้นคล้ายมีบางสิ่งลุกโชน เป็นศรัทธาความเชื่อมั่นของเจ้าหรือ? หรือว่าเป็นเพียงความดื้อรั้นดึงดัน? สิ่งนั้นลุกโชนเจิดจรัส เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ถึงเพียงนั้น ปราศจากความห่วงพะวง ไม่อนาทรร้อนใจ กระทั่งม่านโลหิตหนาหนักยังไม่อาจกลบรัศมีของมันได้!
หลินเชียนเลิศล้ากว่าเด็กผู้นี้แทบทุกทาง แต่ในด้านของความยึดมั่นที่มีต่อกระบี่ ศิษย์อันดับหนึ่งแห่งคุนหลุนยังคล้ายอ่อนด้อยกว่าบ้าง… …
ข้อสรุปที่เพิ่งผุดขึ้นในใจขู่ขวัญเหลยอี้จนแทบขวัญหนีดีฝ่อ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน? คนทั้งสองไหนเลยจะนำมาเปรียบเทียบกันได้! หลินเชียนเป็นผู้ใดกัน? ไม่ว่าจะมองจากพรสวรรค์หรือจริยะความประพฤติ มันก็คือศิษย์ที่เด่นล้าท