ใจนึกไม่!”
“นั่นก็ใช่แล้ว” ชายชราพอฟัง ต้องพยักหน้าเห็นพ้อง
เทพปิศาจหนุ่มเปลี่ยนน้าเสียงอีกรอบ “แน่นอน นี่ยังมีข้อยกเว้นอย่างเช่นเซี่ยวม่อเกอ! เจ้าผู้นี้นับเป็นอัจฉริยะในการฝึกปรือพลังเทพ! ในไม่ช้าผู้คนจะตระหนักถึงคุณค่าของเซี่ยวม่อเกอ แต่เมื่อถึงยามนั้น ข้าก็คิดชมดูว่าพวกมันจะสำนึกเสียใจมากเพียงใด ฮ่าฮ่า!”
“เซี่ยวม่อเกอ?” ชายชราลึกลับดวงตาทอประกายลึกล้าจนหยั่งไม่ถึง“นี่กล่าวเริ่มจากที่ใด?”
“ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เราพบว่าเจ้าผู้นี้ไม่เพียงรุดหน้าอย่างรวดเร็วยิ่ง แต่เคล็ดวิชาของมันไม่มีผลข้างเคียงแม้แต่น้อย” บุรุษหนุ่มเริ่มหันมาโยนองุ่นเลือดใส่ปากอีกครั้ง เอียงคอมองพลางกล่าวอย่างจริงจัง “ผู้อาวุโสหากยอมลดตัวเข้าร่วมกับเรา พวกเราสามารถแบ่งปันทุกอย่างด้วยกัน”
“ไม่มีผลข้างเคียง? เป็นความจริง?” ชายชราลึกลับสีหน้าทอแววไม่เชื่อถือ
“รอให้เซี่ยวม่อเกอยอมโผล่หัวออกมา ผู้อาวุโส ท่านจะได้เห็นเอง”บุรุษหนุ่มกล่าวปนหัวร่อ จากนั้นกล่าวด้วยดวงตาวาวโรจน์ “เพื่อเซี่ยวม่อเกอแล้ว วิหารเทพปิศาจเราไม่ว่าต้องจ่ายค่าตอบแทนเท่าใด ล้วนไม่คำนึงถึง”
“อืมม์ ดูเหมือนในการเผชิญหน้ากับเจ้าโคถึกเมื่อครั้งนั้น พวกเจ้าหาได้มีความตั้งใจเด็ดเดี่ยวเท่านี้ไม่” ชายชราเอ่ยถามอย่างสงสัยใจ
เทพปิศาจหนุ่มแบสองมือ “น่าเสียดายจริง ๆ ในครั้งนั้นเรายังไม่ได้ตระหนักถึงคุณค่าของเซี่ยวม่อเกอ!”
ทันใดนั้นเอง คนทั้งสองคล้ายสัมผ