าคาค่างวดไม่ต่ากว่าสามล้านม๋อเป้ย นี่เท่ากับว่าจั่วม่อหมดเปลืองไปแล้วเกือบหนึ่งร้อยล้านม๋อเป้ย
หากเป็นตระกูลสูงศักดิ์ที่ร่ารวยล้นฟ้าสักแห่งคงไม่ใส่ใจกระไรนัก แต่จั่วม่อเจ็บปวดใจยิ่ง
“เหลวไหล นี่เจ้าเข้าใจว่าศาสตรามารปฐพีเป็นของเล่นหรือไร” ผูเยากล่าวอย่างไม่ไว้หน้า
จั่วม่อนิ่งงัน จมลงไปในภวังค์ครุ่นคิด ตั้งแต่ครั้งที่หลอมสร้างหอกอสรพิษฟ้าสิบแปลงสำเร็จ มันก็เข้าใจว่าคว้าจับความลับของศาสตรามารปฐพีไว้แล้ว ดังนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้นต่อการหลอมสร้างศาสตรามารปฐพีอีกเล่มหนึ่ง ทว่าผลที่ออกมากลับแตกต่างจากที่คาดการณ์เอาไว้อย่างสิ้นเชิง
หลังจากสูญเปล่าไปเกือบหนึ่งร้อยล้านม๋อเป้ย มันต้องย้อนกลับมาคิดทบทวนใหม่
ศาสตร์งานฝีมือศาสตราทบซ้อนแม้เป็นวิธีการที่สะดวกง่ายดาย แต่กลับไม่ใช่วิธีการหลอมสร้างศาสตรามารที่หวังผลได้แน่นอน จั่วม่อพลันตระหนักว่ามันหลงเดินไปในเส้นทางที่ไม่ถูกไม่ควร กลับพึ่งพาศาสตร์งานฝีมือศาสตราทบซ้อนมากเกินไป
ในสายตาของผู้อื่น ศาสตรามารกับอาวุธเวทแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแต่ในความเห็นของจั่วม่อ โดยพื้นฐานแล้วพวกมันไม่มีสิ่งใดแตกต่างกันเพียงแต่ชนิดแรกใช้แผนผังปิศาจ ส่วนอีกชนิดหนึ่งใช้ค่ายกลยันต์
ยอดศาสตราอันเลิศล้าในหมู่ศาสตรามารทั้งหลายมีคุณลักษณะที่เหมือนกันอยู่ประการหนึ่ง นั่นก็คือพวกมันสามารถสำแดงพลังแห่งสายเลือดที่ซ่อนเร้นอยู่ในกายผู้ใช้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ นี่จ