“สัญชาตญาณระแวงภัยของเจ้าไม่เลว”
ผู้มาเอ่ยปากชมเชย ร่างนั้นเผยตัวต่อหน้าจั่วม่ออย่างชัดแจ้ง นั่นเป็นชายชราสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งราวกับขอทานเร่ร่อน ใบหน้ายับย่นอย่างลึกล้า ดวงตาพร่ามัว ปราศจากกลิ่นอายสภาวะใด
แต่จั่วม่อไม่กล้าดูแคลนฝ่ายตรงข้ามแม้แต่น้อย
ชายชรายืนอย่างปลอดโปร่งตามสบาย แต่คนคล้ายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดรอบข้าง
สภวะหลอมกลืนกับฟ้าดินอย่างลึกล้าถึงขั้นนี้ จั่วม่อไม่เคยพบเห็นมาก่อน แม้กระทั่งจากบรรดาผู้ที่เรียกว่ายอดฝีมือในการปกปิดซ่อนเร้นก็ตาม
“ท่านเป็นใคร” จั่วม่อถามเสียงแหบห้าว
ชายชรามองดูจั่วม่ออย่างสนอกสนใจ ยิ้มกว้างพลางกล่าว “เจ้าสามารถเรียกข้าตาเฒ่า (เหล่าโถว)” จากนั้นกล่าวต่อด้วยสุ้มเสียงสนิทสนม “การปลอมตัวของเจ้าไม่เลว อ้อ พลังเทพสุริยันของเจ้าก็ไม่เลวเช่นกัน นับว่ามีโชควาสนาโดยแท้ที่ได้รับมรดกจากเผ่าเทพสุริยัน ไม่เลวไม่เลวเลยแม้แต่น้อย”
“เจ้าเป็นใครกันแน่?” จั่วม่อแทบแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อแล้ว อีกฝ่ายทราบชัดว่ามันคือเซี่ยวม่อเกอ มิหนำซ้าเพียงมองปราดเดียว ยังบอกได้ทันทีว่ามันฝึกปรือพลังเทพสุริยัน!
ตาเฒ่ายิ้มกว้างขึ้นอีก เผยให้เห็นฟันเหลืองที่บางส่วนหักหลอ “ฮ่าฮ่าเจ้าหนุ่ม อย่าได้ใจร้อน อืมม์ สาวใช้ของเจ้าไปที่ใดแล้ว
จั่วม่อดวงตาพลันทอประกายอำมหิต แหลมคมดุจกระบี่!