น “หากมีเรื่องใดเกิดขึ้นกับท่านปรมาจารย์ ท่านประมุขกล่าวโทษลงมา ผู้น้อย… …”
“อากุ่ย โยนมันออกไปให้พ้นหน้า” จั่วม่อกล่าวเสียงเย็น
อากุ่ยผู้ยืนนิ่งเงียบงันอยู่ไม่ห่างกายจั่วม่อ พลันหายวับไปในบัดดล
หัวหน้าองครักษ์ตะลึงงัน ยังไม่ทันจะได้มีปฏิกิริยาใด พลันรู้สึกลำคอตึงวูบ ไม่อาจเกร็งกำลังต้านทานได้ วู้ม ร่างของมันปลิวลิ่วออกจากย่านตลาดแล้วร่วงลงฟาดพื้นเสียงดังสนั่น เนิ่นนานยังไม่อาจลุกขึ้นได้
บรรดาองครักษ์อื่น ๆ สีหน้าแปรเปลี่ยน พวกมันแทบชักอาวุธลงมือแต่พอเห็นว่าอากุ่ยกลับไปยืนข้างกายจั่วม่อ คล้ายไม่เคยขยับเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ต้องพากันหน้าซีดเผือด จิตวิญญาณการต่อสู้ที่เพิ่งปะทุขึ้นมาดับมอดลงทันควัน
พลังเทพมิดับสูญของอากุ่ยเปี่ยมอานุภาพเลิศล้า ไร้สีสัน ไร้ประกายลี้ลับสุดจะหยั่ง
“เจ้าเรียกว่าอะไร?” จั่วม่อถามเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน คล้ายกับว่าใบหน้ายะเยียบเย็นชาเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตากระนั้น
หย่าไจ่รวบรวมความกล้า “ท่านปรมาจารย์ ข้าไม่มีชื่อ ทุกคนเรียกข้าว่าโต้วหยา (ถั่วงอก) หรือไม่ก็หยาไจ่ (เจ้าต้นอ่อน)”
“ไม่มีชื่อ? บิดามารดาเจ้าเล่า?” จั่วม่อถามสืบต่อ
“พวกท่านเสียชีวิตแต่แรก” หยาไจ่กล่าวเสียงแผ่ว
จั่วม่อประหลาดใจอยู่บ้าง จู่ ๆ ก็นึกถึงตัวเองขึ้นมา จมลงไปในห้วงอารมณ์ความรู้สึกหลากหลาย แต่แล้วมันเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ตบไหล่ผอมบางของหยาไจ่ “แนวคิดของเจ้าไม่เลว แต่ยังมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง