ด ก็จะต้องรั้งตัวพวกมันเอาไว้ให้จงได้
เขิงเหลียนเอ๋อร์ใบหน้างามสะคราญเต็มไปด้วยแววสำนึกเสียใจและขออภัย “หากมิใช่เพราะกระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์… …”
จั่ม่อสั่นศีรษะ กล่าวขัดกลางประโยค “นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า ผู้ใดจะไปคาดคิดว่าศาสตรามารชั้นปฐพีเล่มเดียว จะก่อเกิดคลื่นลมใหญ่โตถึงเพียงนี้”
จั่วม่อมองดูอากุ่ย รู้สึกร้อนใจเป็นกำลัง หากพวกมันต้องติดอยู่ที่นี่เมื่อใดจะสามารถไปถึงอาณาจักรน้าพุปรโลกกันเล่า
ในเวลานี้เอง ความคิดหนึ่งพลันวาบขึ้นในใจ
มันคิดว่าเป็นความคิดอันประเสริฐทีเดียว
… …
… …“ว่ากระไร มันจะหลอมสร้างศาสตรามารปฐพี?” ทังเฉินถามเสียงหนัก ๆ
“ใช่ขอรับ! มันบอกว่ามันต้องการหลอมสร้างศาสตรามารปฐพีเล่มใหม่” บ่าวไพร่ที่มารายงานสุ้มเสียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างสุดซึ้ง
“ศาสตรามารปฐพี!” กระทั่งทังเฉินยังหน้าเปลี่ยนสี แต่จากนั้นมันต้องขมวดคิ้ว มันย่อมทราบดีว่าการหลอมสร้างศาสตรามารปฐพีแต่ละเล่มนั้นลำบากยากเข็ญเพียงใด ปรมาจารย์ผู้นี้เพิ่งจะหลอมสร้างศาสตรามารปฐพีสำเร็จเล่มหนึ่ง ยามนี้ยังคิดหลอมสร้างอีกเล่มหนึ่งอย่างต่อเนื่องเรื่องนี้ทำให้มันรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง
ศาสตรามารปฐพีเล่มหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกชั่วชีวิตของอาจารย์ศาสตรามารผู้หนึ่ง
ปรมาจารย์ศาสตรามารส่วนใหญ่ชั่วชีวิตเพียงหลอมสร้างศาสตรามารปฐพีเล่มเดียว ผู้ที่สามารถหลอมสร้างสำเร็จถึงสองเล่มแทบนับได้ด้วยนิ้วมือข้างเดียว มันไม