“ยินดีต้อนรับอาคันตุกะผู้มีเกียรติ มิทราบว่าท่านมาเพื่อซื้อหรือขายสมบัติ?” บุรุษชราถามอย่างสุภาพ
จั่วม่อพยักหน้า กล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม “ร้านของเจ้ามีกระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์หรือไม่?”
“กระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์?” นัยน์ตาฝ้ามัวของชายชราทอแววประหลาดใจวูบหนึ่ง มันเงยหน้าขึ้นกล่าว “ร้านของเรามีกระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์อยู่บ้าง เชิญตามข้ามาทางด้านนี้”
กล่าวจบคำมันก็หมุนตัวเดินนำเข้าสู่ด้านใน
คนทั้งสามเดินตามชายชราไป เพดานเหนือศีรษะประหนึ่งท้องนภายามรัตติกาล ลำแสงพาดผ่านดุจดาวตกพาดผ่านฟ้า สะท้อนประกายบนแผนผังปิศาจที่สลักเสลาไว้ทั่วเพดาน ศาสตรามารมากมายลอยอยู่เหนือท้องฟ้าดุจมวลหมู่ดารานับไม่ถ้วน
เส้นด้ายหลากสีทอดยาวลงมาจากศาสตรามารเหล่านั้น แกว่งไกวไปมาเหมือนทะเลหญ้าอันแปลกตา
จั่วม่อฉุกใจคิด ยื่นมือออกไปคว้าจับเส้นด้ายสีเขียวที่ตรงหน้า ทันทีที่มือของมันสัมผัสถูกเส้นด้ายแสง ศาสตรามารที่ล่องลอยเหนือศีรษะเล่มหนึ่งพลันเปล่งแสงวาบ จากนั้นปรากฏขึ้นในมือของจั่วม่อ
เขิงเหลียนเอ๋อร์รู้สึกว่าน่าเล่นยิ่ง นางดึงเส้นด้ายแสงสีเงินเส้นหนึ่งตะขอคู่หนึ่งพลันปรากฏขึ้นในมือของนาง
บุรุษชราไม่เร่งรัดพวกมัน เพียงอธิบายอย่างยิ้มแย้ม “นี่คือฟากฟ้าสรรพศาสตราของร้านเรา ศาสตรามารที่พวกท่านถืออยู่นั้นไม่ใช่ของจริงแต่กลิ่นอายนั้นคล้ายเหมือนกับของจริงไม่มีผิดเพี้ยน ท่านสามารถครวจดูได้จนกว่าจะพอใจ หากท่านต้องการศาสตรามารเล่มใดเ