สายหนึ่งถูกแรงดูดนี้ฉุดรั้งตรึงติด เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ไม่มีปัญญาขยับเคลื่อนไหวอีก
‘ศาสตร์ผนึกสายลม’ แม้ไม่ใช่ศาสตร์อสูรชั้นสูง แต่ใช้รับมือภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ นับว่ามีความสามารถอื่นที่เหมาะเจาะพอดี
ทักษะปิศาจของจั่วม่อนับเป็นชั้นหนึ่ง ศาสตร์อสูรจัดอยู่ชั้นสอง ส่วนเวทวิชารั้งท้ายสุด ยังอยู่ในชั้นสาม ดังนั้นยามเผชิญศัตรู เวทวิชาของมันอ่อนด้อยเกินไป ทักษะปิศาจนับว่าดีที่สุด เพียงพอให้มันเอาชัยในการต่อสู้นี้ได้อย่างไม่ยากเย็น แต่มันจะสูญเสียโอกาสในการฝึกปรือไป ประโยชน์ที่ได้รับจากการต่อสู้จริงมีประสิทธิภาพมากกว่า และชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งกว่าการฝึกฝนตามปกติมาก
ศาสตร์อสูรของมันกล้าแข็งพอที่จะใช้รับศึก ทั้งยังจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไข ย่อมเหมาะที่จะใช้งานในตอนนี้เป็นที่สุด
เห็นจั่วม่อใช้ศาสตร์อสูรออกมาโดยไม่คาดคิด เขิงเหลียนเอ๋อร์ตระหนักรู้ในบัดดล นางรู้ใจจั่วม่อดีจึงไม่ลงมือ อากุ่ยเองก็คล้ายเข้าใจจิตเจตนาของจั่วม่อ นางเพียงปล่อยให้จั่วม่อดึงรั้งไปตามสบาย ไม่ได้ลงมือจู่โจมเช่นกัน
สำหรับจั่วม่อแล้ว การใช้ศาสตร์อสูรระดับต่าเช่นศาสตร์ผนึกสายลมมันแทบไม่ต้องขบคิดเสียด้วยซ้า เพียงยกมือร่ายดรรชนี พลังศาสตร์อสูรก็ก่อเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เงาสีเทาที่มันคร่ากุมเอาไว้คล้ายสร้างขึ้นจากกลุ่มหมอก รูปโฉมดูคล้ายคลึงกับคนผู้นั้นมาก เพียงแต่โฉมหน้ารางเลือนพร่ามัว พวกมันแต่ละ
ตนแม้ท่าร่างรวดเร็วดุจสายฟ