“ช่างเป็นเหล่าเศษสวะโดยแท้!” บุรุษวัยกลางคนดวงตาทอประกายโทสะ “พวกมันทำให้ตระกูลจี้ต้องเสื่อมเสียหน้านัก! หากเจ้าบัดซบนั้นมิใช่บุตรชายข้าละก็ ฮึ่ม!”
เสียงแค่นคำสุดท้ายเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน อุณหภูมิภายในห้องเย็นเยือกลงโดยพลัน
จี้เหิง2 ประมุขคนปัจจุบันแห่งตระกูลจี้ มันแม้มิใช่บุตรชายคนโตของตระกูล แต่ด้วยพลังฝึกปรือด่านไสว้ของมันหนุนส่งให้มันขึ้นเป็นประมุขตระกูลจี้โดยไร้ข้อโต้แย้ง ในรอบสิบกว่าปีที่มันรั้งตำแหน่งประมุข อำนาจอิทธิพลของตระกูลจี้แห่งอาณาจักรเวิ้งฟ้าแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว
“องครักษ์ของนายน้อยมีอยู่ห้าคนที่เป็นปิศาจด่านเจียง คนผู้นี้เมื่อจัดการพวกมันทั้งหมดในชั่วพริบตาเดียว สมควรไม่รวบรัดธรรมดา” ผู้กล่าววาจาเป็นบุรุษวัยกลางคนไว้เคราะแพะ มันเรียกว่าจี้ซี เดิมทีเป็นคนจากตระกูลสาขาของตระกูลจี้ แต่รับตำแหน่งหัวหน้าพ่อบ้านตระกูลจี้ได้รับความไว้วางใจจากจี้เหิงอย่างลึกล้า
“ให้อาเหิง3ไปจัดการ นำตัวเจ้าเศษสวะนั้นกลับมา ทุกครั้งที่เจ้าลูกไม่รักดีนี้ออกจากบ้าน ล้วนแล้วแต่ต้องทำเรื่องเสื่อมเสียหน้าให้แก่พวกเรา!หลังจากมันกลับมาคราวนี้ ให้โยนมันลงไปในโพรงปิศาจลึกล้า” จี้เหิงกล่าวเสียงเย็นเยียบ
2 เหิง – คำนี้แปลว่ามั่นคง ถาวร ตลอดไป3 เหิง – เป็นคนละคำกับชื่อประมุขตระกูล เหิงคำนี้แปลว่า แนวนอน ตามขวาง
จี้ซีใจสั่นสะท้าน โพรงปิศาจลึกล้าเป็นสถานที่ฝึกปรืออันโหดเหี้ยมอำมหิตที่สุดเท่าที่มีอยู่ในตร