เปรี๊ยงงงง!!
ราวกับเสียงคำรามแห่งพญามังกรโบราณระเบิดกึกก้องในโถงใหญ่ เลือดลมของทุกผู้คนเดือดพล่าน ใบหูปวดหนึบแทบฉีกขาด
หมัดของซูเฉินไม่มีแม้แต่วิชายุทธ์ใดผสาน เป็นเพียงแรงระเบิดจากกายเนื้อบริสุทธิ์ ทว่ากลับราวกับคลื่นยักษ์ถาโถม ปะทะกับเล่ยหมิงอย่างรุนแรง
เปรี๊ยะ!
มิติสะท้านสะเทือน ราวกับมีสายฟ้าคำรามซ่อนอยู่ในนั้น
ดวงตาเล่ยหมิงหดเล็กลงทันใด เขารู้สึกราวกับกระแทกเข้ากับอสูรโบราณที่ฟื้นคืนชีพ ถูกหมัดนั้นซัดจนร่างลอยละลิ่วกระเด็นไปชนผนังอย่างรุนแรง
ตราฝ่ามือเก้ามหาสุริยันของเขาถูกทำลายราวกับเศษไม้ผุ แขนชาทั้งสองข้าง เลือดภายในปั่นป่วน กระอักโลหิตออกมาในบัดดล
ทว่าสุเฉินที่ยืนอยู่กลางกลุ่มแสงกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย
ตูม!
ซูเฉินลุกขึ้นยืนช้า ๆ
เพลิงกลืนสรรพสิ่งม้วนตัวเข้าสู่ร่างเขา หายวับไปทันใด ขณะที่เส้นผมปลิวไสว เลือดลมพลุ่งพล่าน ดวงตาคมกริบดั่งสายฟ้า ร่างทั้งร่างแผ่ออร่าอันทรงพลังน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
ผิวกายกลายเป็นสีทองแดงอ่อน แข็งแกร่งราวกับทองสัมฤทธิ์ ออร่ากาลเภทไหลเวียนอยู่ภายใน กล้ามเนื้อทุกส่วนแฝงพลังระเบิดมหาศาล
ตูม!
เมื่อเขาก้าวลงจากเวที ร่างทั้งร่างก็เหมือนภูผาถล่ม โถงใหญ่ถึงกับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
แม้แต่เจียงอวิ๋นเหอ องค์ชายเก้า และคนอื่น ๆ ก็อดเผยสีหน้าตื่นตระหนกไม่ได้
“เขา…แข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
เจียงอวิ๋นเหอกับองค์ชายเก้ามองสบตากันอย่างไม่อยากเชื่อ
เล่ยหมิงคือศิษย