่นตะลึงที่พวกมันได้รับย่อมเป็นที่คาดคำนวณได้
เด็กหนุ่มที่เร่ขายหินตะลึงงัน นับตั้งแต่มันเก็บได้หินก้อนนี้ ก็คิดแลกเปลี่ยนกับศาสตรามารด่านถงหลิ่งมาโดยตลอด แต่รอจนผ่านเลยมากว่าครึ่งปี จนแล้วจนรอดมันไม่ได้ทำการค้ารายนี้เสียที หลายครั้งมันถึงกับสงสัยว่าตนเองเรียกราคาสูงเกินไปหรือไม่ และเมื่อศาสตรามารชั้นยอดทั้งสามอยู่ตรงหน้ามันจริง ๆ กลับไม่ทราบจะทำอย่างไรดี
เห็นอีกฝ่ายเอาแต่เหม่อมองอย่างโง่งม จั่วม่อได้แต่กระตุ้นเตือน “ว่าอย่างไร เจ้าต้องการศาสตรามารเล่มใด?”
เด็กหนุ่มที่เร่ขายหินคล้ายสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝัน รีบร้องบอกว่า “ข้าต้องการอาวุธเกอสวรรค์คราม!”
จั่วม่อไม่เปลืองวาจาอีก โบกมือคราหนึ่ง อาวุธเกอสวรรค์ครามลอยไปหยุดตรงหน้าเด็กหนุ่ม แล้วโบกมืออีกวูบหนึ่ง ก้อนหินก็หลุดลอยออกจากอ้อมแขนของเด็กหนุ่ม ตรงดิ่งเข้าสู่มือของมัน
“หินก้อนนี้เจ้าได้มาจากที่ใด?” จั่วม่อถามต่อ
“เหวลึกแห่งหนึ่งในอาณาจักรร้อยปราณ” เด็กหนุ่มกอดรัดอาวุธเกอสวรรค์ครามอย่างลิงโลด พลางตอบตามตรงด้วยสีหน้าตื่นเต้น
ศาสตรามารด่านถงหลิ่ง! นี่คือศาสตรามารด่านถงหลิ่งจริง ๆ!
ได้รับศาสตรามารดั่งที่เคยใฝ่ฝันไว้ เด็กหนุ่มรู้สึกราวกับว่าฝันไป
อาณาจักรร้อยปราณ!
จั่วม่อรู้จักชื่อนี้ นี่เป็นหนึ่งในอาณาจักรซึ่งเป็นทางผ่านไปยังอาณาจักรน้าพุปรโลก มันจดจำเส้นทางทั้งหมดได้ขึ้นใจ อาณาจักรร้อยปราณอยู่ในหมู่อาณาจักรเหล่านั้นเอง
ในเวลานี้เอง สุ้มเส