ถึงเพียงนั้น บางคนถึงกับกล่าวว่า กงซุนชาไม่ต่างจากสุนัขป่ามากเล่ห์ เฝ้าเกาะติดกับกองพันเจียงจื้ออย่างเหนียวแน่น เมื่อใดที่สบโอกาสก็จะกระโจนเข้าฉีกทึ้ง กัดกินเลือดเนื้อทีละคำ ๆ
ทุกผู้คนที่ชมดูการต่อสู้ล้วนบอกกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน
ในสายตาของพวกมัน กองทัพของกงซุนชาเปรียบเสมือนดาบมารอันลี้ลับชั่วร้าย ยามปกติหลบซ่อนมิดเม้น แต่ทุกคราวที่เผยคมดาบออกมาเป็นต้องเชือดเฉือนเลือดเนื้อชิ้นบาง ๆ จากกองพันเจียงจื้อ เห็นคมดาบต้องเห็นเลือด สร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสให้แก่ศัตรู แม้ว่าการลงมีดแต่ละครั้งจะไม่ถึงกับร้ายแรงอันใดก็ตาม
รี้พลของกองพันเจียงจื้อค่อย ๆ อ่อนแอลงเป็นลำดับ
อันว่ากาละฟ้า ชัยภูมิดิน ประชากรหนุน ข้อเสียเปรียบของการละเลยชัยภูมิที่ดี มุ่งแต่ทำศึกต่างแดน สำแดงชัดออกมาในเวลานี้ ระหว่างทางถอยทัพของพวกมัน ย่อมไม่มีปิศาจตนใดยื่นมือเข้าช่วยเหลือเจียงเจ๋อถึงกับเป็นไปในทางตรงกันข้าม ทัพปิศาจขนาดย่อมตามรายทางมิเพียงไม่ช่วยเหลือ ซ้ายังคอยฉวยโอกาสจู่โจมซ้าเติมใส่ซิวเจ่อแห่งวัดเสวียนคงแล้วแต่โอกาสจะเอื้ออำนวยให้ ทัพซิวเจ่อเล็ก ๆ ที่ล่าช้าไปสักหน่อย แทบไม่มีผู้ใดเอาชีวิตรอดไปได้ เหล่าปิศาจย่อมไม่มีข้อกริ่งเกรงในการล้อมสังหารกองทัพเล็ก ๆ ที่แตกออกมาเหล่านี้
กองกำลังของเจียงเจ๋อคล้ายจมลงไปในบึงโคลนไร้ก้นบึ้ง มิหนำซ้ายังมีดาบมารอันลี้ลับชั่วร้ายซุกซ่อนอยู่ในบึงโคลนอันน่าขนพองสยองเกล้านี้
ท้ายที่สุดแล้