เพียงแค่ขอนอนหลับให้สาสมใจ… ..”
ปิศาจที่นั่งอยู่บนบัลลังก์พอฟัง สีหน้าทั้งขุ่นแค้นทั้งอับจนปัญญา ได้แต่หันไปมองปิศาจมีเขาที่อยู่ตรงมุมห้อง
“เอาเถอะ ข้าจะไปเอง” ปิศาจแรดกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ปีนี้พอดีเป็นปีครบรอบสองร้อยปีของการก่อตั้งวิหารเทพของเรา ข้าจะใช้คนเหล่านี้เป็นเครื่องเซ่นสังเวย วิหารเทพจะได้เพิ่มพูนตบะบารมี และจะสามารถดึงดูดตระกูลต่าง ๆ มากขึ้น ถึงเวลาที่จะสำแดงฤทธานุภาพแห่งวิหารเทพของเราให้โลกหล้าได้ประจักษ์แล้ว!”
ศรัทธาความเชื่อที่มากขึ้น ย่อมหมายถึงพลังเทพที่จะเพิ่มพูนทวีคูณขึ้น
“ถูกของเจ้า” ปิศาจที่นั่งอยู่บนบัลลังก์หยีตาแคบลง กล่าวปนหัวร่อเบา ๆ “ในเมื่อไม่มีผู้ใดกล้าเสนอหน้า เช่นนั้นก็ปล่อยให้ยุคสมัยแห่งพลังเทพเปิดฉากขึ้นด้วยน้ามือของพวกเราเถอะ!”
ร่างกำยำดุจยักษ์ปักหลั่นหายวับไป
… …
… …
เจียงเจ๋อพ่ายศึก!
ข่าวนี้แพร่สะพัดไปดุจติดปีกบิน โบยบินไปยังทุกซอกทุกมุมของภพทั้งสามในชั่วระยะเวลาเพียงไม่นาน หากการลอบบุกจู่โจมอาณาจักรขุนเขายะเยือกของเปี๋ยหานเปรียบประดุจปักมีดสั้นใส่ท้องน้อยอันอ่อนนุ่มของเจียงเจ๋อ เช่นนั้นกงซุนชาก็เกาะกุมจุดอ่อนของเจียงเจ๋อจนอยู่หมัดและคอยฉีกทึ้งกระทั่งเจียงเจ๋อต้องหลั่งโลหิตจนตาย
เมื่อทราบว่าหนทางถอยของมันถูกเปี๋ยหานจู่โจมตัดสะบั้น เจียงเจ๋อพยายามนำกองทัพหลักของมันบุกฝ่าวงล้อม
แต่กงซุนชาไหนเลยจะปล่อยให้เจียงเจ๋อได้มีโอกาสถอยหนีได้อย่างสะดวกดาย