ั้งแต่สองร้อยปีที่แล้วลำพังความมุ่งมั่นและอดทนอดกลั้นของพวกมัน กระทั่งเว่ยยังต้องทอดถอนชมเชย
สำหรับจั่วม่อนั้น มันได้ชมดูการต่อสู้ระหว่างเทพปิศาจกับกองกำลังสมณะอาวุโสด้วยสายตาตนเอง ได้เห็นความแข็งแกร่งของเทพปิศาจตนนั้นชัดเจนกว่าผู้ใด
เทพปิศาจตนนั้นร้ายกาจเกินไปจริง ๆ!
จั่วม่อคาดเดาว่าฝ่ายตรงข้ามสมควรบรรลุพลังเทพในด่านปฐพี
พลังเทพด่านปฐพีหมายความว่าอย่างไร ในโลกนี้เกรงว่ามีเพียงไม่กี่คนที่กระจ่างใจเทียบเท่าจั่วม่อ เมื่อพลังเทพบรรลุถึงด่านปฐพี จะกลับกลายเป็นสิ่งที่พลังทั้งสามมิอาจยกขึ้นเทียบได้อีก
ต่อให้เป็นจอมปิศาจด่านไสว้ ต่อหน้าพลังเทพด่านปฐพี เกรงว่ากระทั่งเรี่ยวแรงจะต่อสู้แข็งขืนยังไม่มี
มันเห็นกับตาว่าเทพปิศาจตนนั้นสังหารยี่สิบเจ็ดผู้อาวุโสแห่งวัดเสวียนคงอย่างสะดวกดายเพียงใด ไม่ว่าอาวุธเวทหรือเวทวิชาใด พอกระทบถูกเทพปิศาจล้วนไม่ต่างจากหมอกควัน ไม่อาจระคายผิวมันแม้แต่น้อย กระทั่งจั่วม่อเองยังมือเท้าเย็นเฉียบ
เมื่อเทพปิศาจตนนั้นเหลือบมองมาทางมันแวบหนึ่ง ก่อนที่จะจากไปจั่วม่อแทบหยุดหายใจไปวูบหนึ่ง
ในชั่วพริบตานั้น มันรู้สึกสมองขาวว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์
หลังจากที่เทพปิศาจหายลับไปนานแล้ว มันจึงค่อย ๆ ได้สติขึ้นมา
ความเย็นสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นจากปลายเท้าไปยังหนังศีรษะ ทั่วร่างขนลุกเกรียวอย่างสุดจะระงับยับยั้ง
น่าสะพรึงกลัวนัก!
นี่คือพลังเทพด่านปฐพีกระนั้นหรือ?
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
แม้แต่ผู