เขิงเหลียนเอ๋อร์จ้องมองลูกกลมแสงในมือของจั่วม่ออยู่ครึ่งค่อนวันก่อนจะถามอย่างอดไม่ได้ “เจ้าไฉนต้องฝึกปรือเวทวิชาด้วย?”
ไม่กี่วันมานี้จั่วม่อจู่ ๆ ก็เริ่มฝึกปรือเวทวิชาอย่างคร่าเคร่ง เขิงเหลียนเอ๋อร์แม้ไม่ค่อยล่วงรู้เกี่ยวกับเวทวิชามากนัก แต่นางทราบดีว่าด้วยนิสัยใจคอของจั่วม่อ มันไม่เคยกระทำเรื่องราวที่ไม่มีประโยชน์
จู่ ๆ เปลี่ยนจากการฝึกปรือพลังเทพไปฝึกปรือพลังปราณ ไม่ว่าจะมองอย่างไรนางก็เห็นว่าแปลกประหลาดยิ่ง
จั่วม่อเหงื่อไหลท่วมกาย ดูท่ามันต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แต่ยังคงไม่หยุดมือ เพียงฝึกไปพลาง กล่าวตอบนางไปพลาง “พลังทั้งสามล้วนเป็นกิ่งก้านสาขาที่แตกแยกออกมาจากพลังเทพ การฝึกปรือพลังทั้งสาม สามารถช่วยพัฒนาพลังเทพของเราได้”
เขิงเหลียนเอ๋อร์สีหน้าสับสนงุนงง
นางถือครองมรดกเคล็ดวิชาจากชนเผ่าเทพจันทรา ความเข้าใจในด้านพลังเทพของนางแตกต่างจากของจั่วม่ออย่างสิ้นเชิง
จั่วม่อไม่ได้อธิบายว่ามันมาถึงข้อสรุปนี้ได้อย่างไร แต่ผูเยากับเว่ยค้นพบหลักฐานที่สนับสนุนข้อสรุปนี้ ซึ่งไม่อาจอธิบายได้ด้วยวาจาเพียงไม่กี่ประโยค
แต่มันยังคงอธิบายเพิ่มเติมว่า “พลังเทพที่หายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์ สมควรมีสาเหตุอื่นนอกเหนือจากการขาดการสืบทอด”
เขิงเหลียนเอ๋อร์ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที “สาเหตุใด?”
การสูญหายของพลังเทพเป็นหนึ่งในปริศนาที่ลี้ลับที่สุดมาโดยตลอดจนถึงบัดนี้ยังไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายได้ชัดแจ้ง ย