มเสียงเย็นยะเยือก ”เจ้ามิสู้ทำความคุ้นเคยกับกฏเกณฑ์แห่งความมืดโดยเร็วที่สุด สิ่งที่ข้าต้องการคือจอมบงการในโลกมืดผู้หนึ่ง หากเจ้าไม่มีปัญญากระทำได้ ข้าจะเปลี่ยนให้ผู้อื่นกระทำแทน แล้วอย่าได้มาสำนึกเสียใจในภายหลัง ข้าผู้นี้ไม่มีความอดทนนัก”
“เจ้าอยากให้ข้าเกลี้ยกล่อมพวกมันเข้าร่วม?” โหยวฉินเลี่ยไม่ใช่ตัวโง่งม เพียงเท่านี้ก็เข้าใจเรื่องราว
“เกลี้ยกล่อมเข้าร่วม? ฮ่าฮ่า!” ผูเยาคล้ายได้ฟังเรื่องชวนขบขันที่สุดถึงกับหัวร่อออกมาดังลั่น
“มีอันใดน่าหัวร่อ?” โหยวฉินเลี่ยทั้งเดือดดาลทั้งอับอายขายหน้า
“คนเหล่านั้นเจ้าไม่สามารถเกลี้ยกล่อมเข้าร่วมได้” ผูเยาหรี่นัยน์ตาสีเลือด เพ่งมองโหยวฉินเลี่ยอยู่ชั่วครู่ จากนั้นกล่าวแฝงความนัย “นี่ถือเป็นบททดสอบสำหรับเจ้าเถอะ ขอให้โชคดี!””
ยังไม่ทันจะขาดเสียง โหยวฉินเลี่ยรู้สึกเบื้องหน้าสายตามืดทะมึน มันถูกบังคับออกจากคุกสิบนิ้ว
มันเพิ่งคิดอยากร้องด่าดัง ๆ สักคำ แต่แล้วประตูกลับถูกกระแทกเปิดออกอย่างกะทันหัน คนกลุ่มหนึ่งกรูเข้ามาอย่างรวดเร็ว จับมันกดลงกับพื้น
“อย่าขยับ! เจ้าถูกจับแล้ว!”
ในทะเลแห่งจิตสำนึกของจั่วม่อ ผูเยาสีหน้าขุ่นเคืองใจ บ่นพึมพำกับตัวเอง “ต่อหน้าข้ายังกล้าเรียกตัวเองเป็นเหยีย (นายท่าน) เจ้าใช่รำคาญชีวิตแล้วหรือไม่!”
มันอดไม่ได้ ต้องหวนคิดถึงอีกคนที่กระทำเช่นเดียวกันนี้อยู่บ่อยครั้งแต่มันพานไม่มีปัญญาทำอะไรเจ้าผู้นั้นได้ ความขุ่นเคืองของมันทวีขึ้