จี้เจิ้งลืมตาขึ้นช้า ๆ ใบหน้าซีดขาวของมันในที่สุดฟื้นคืนสีสันขึ้นส่วนหนึ่ง พลังของโอสถปราณไหลเวียนไปทั่วร่าง สองสามวันมานี้มันไม่ได้สิ้นเปลืองเวลาไปกับการพักผ่อนแม้แต่น้อย แต่อย่างไรก็ตาม มันทราบดีว่าอาการบาดเจ็บของมันจะไม่ทุเลาหายดีในระยะเวลาอันสั้น อำนาจทำลายล้างของพลังเทพเหนือความคาดหมายของมันเกินไปมาก กระทั่งมาย้อนคิดดูในยามนี้ยังรู้สึกหวาดหวั่นไม่คลาย หากมิใช่ว่าสรีระธาตุศักดิ์สิทธิ์ช่วยชีวิตเอาไว้ เกรงว่าวันนั้นของปีหน้าจะเป็นวันครบรอบการตายของมันแล้ว
พลังเทพ สมแล้วที่เป็นพลังเทพ!
เหตุการณ์ในอดีตพลันผุดขึ้นในใจมัน อดทอดถอนใจเบา ๆ ไม่ได้
แต่จิตแห่งพุทธะของมันแน่วแน่แกร่งกร้าว ทราบดีถึงความสำคัญของการรายงานเรื่องนี้กลับไปยังสำนัก ดังนั้นปัดเป่าความคิดฟุ้งซ่านวุ่นวายไปหมดสิ้น
จากนั้นจี้เจิ้งหันไปถามฮุยเป่า “ติดตามร่องรอยของพวกมันพบหรือไม่?”
ฮุยเป่ากล่าวอย่างระมัดระวัง “ผู้น้อยจะพยายาม!”
การต่อสู้เมื่อสิบวันก่อนขู่ขวัญมันแทบตาย มันนึกไม่ถึงว่ากระทั่งยอดคนด่านฝ่านซูยังได้รับบาดเจ็บได้ พลังของศัตรูเหนือกว่าความเข้าใจของมันไปแล้ว มันไม่อาจเข้าใจได้ว่ายอดยุทธ์ที่ร้ายกาจถึงเพียงนั้น ไฉนยังคงเปลืองเรี่ยวแรงและเวลาไปเรียนรู้ความสามารถชั้นต่าเช่นการปกปิดซ่อนเร้นและการหลบหนีด้วย
จี้เจิ้งมองดูก็ทราบว่าฮุยเป่าไม่เข้าใจเรื่องราวอย่างถ่องแท้ แต่ไม่ได้เสียเวลาอธิบายให้ฟัง เพียงผงกศีรษะพลางกล่า