สองผู้อาวุโสด่านฝ่านซูศึกคราวนี้ไยมิใช่เท่ากับจบสิ้นลงแล้ว!
หลังจากตื่นตะลึง พวกมันใบหน้าล้วนทอแววยินดี
เจ้าอาวาสวัดเสวียนคงสีหน้ากลับเป็นสงบราบเรียบดังเดิม มองดูเค้าความปิติยินดีบนใบหน้าของเหล่าผู้อาวุโส มันกล่าวเสียงเย็นชา “ผลก็คือในการประมือกับเซี่ยวม่อเกอรอบหนึ่ง ผู้อาสุโสจี้เจิ้งได้รับบาดเจ็บไม่น้อย”
ประโยคนี้ดุจสายฟ้าฟาดในวันที่ฟ้าสดใส ทั่วทั้งห้องเงียบกริบดุจป่าช้า ทุกผู้คนนิ่งขึงตะลึงลานกันไปหมด
ผู้อาวุโสจี้เจิ้ง… …ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับศัตรู?
“มีผู้ใดยังจดจำเหตุการณ์เมื่อยี่สิบหกปีก่อนได้หรือไม่?” เจ้าอาวาสจู่ๆ กล่าวถึงเรื่องที่คล้ายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างสิ้นเชิง
“ยี่สิบหกปีก่อน… …”
ทันใดนั้น ผู้อาวุโสหลายท่านสีหน้าแปรเปลี่ยน
“ผู้ที่ทำร้ายผู้อาวุโสจี้เจิ้งได้รับบาดเจ็บ เป็นดรุณีน้อยจากเมื่อครั้งกระโน้นเอง” เจ้าอาวาสวัดเสวียนคงกล่าวอย่างเฉื่อยชา
ประโยคนี้สะกิดเตือนความทรงจำของอีกหลายคน เหล่าผู้อาวุโสจำนวนมากสีหน้าเปลี่ยนเป็นปั้นยาก
“นางฝึกปรือสำเร็จจริง ๆ … …” ผู้อาวุโสผู้หนึ่งอดถามออกมาไม่ได้ใบหน้าทอแววพรั่นพรึงอยู่บ้าง
“นางทำร้ายผู้อาวุโสจี้เจิ้งบาดเจ็บไม่น้อย” เจ้าอาวาสวัดเสวียนคงย้าคำอย่างเย็นชา
เหล่าผู้อาวุโสพากันเงียบลงอีกครั้ง ความหวาดเกรงบนใบหน้าของพวกมันยิ่งมายิ่งเพิ่มมากขึ้น
“ผู้อาวุโสทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นศึกครั้งนี้ หรือการต่อสู้กับดรุณีน้อยผู้นั้น เรา