ประกายแสงพุทธรรมประหนึ่งระลอกคลื่น กวาดผ่านไปทั่วทุกทิศทางอย่างสงบเงียบ ปราศจากสุ้มเสียงสำเนียงใด
จั่วม่อสังหรณ์อันตรายกรีดร้องระงม รีบร้องตวาดสุดเสียง “แยกย้ายกันไป!”
กล่าวจบคำมันก็ดีดร่างทะยานขึ้นฟ้าอย่างเร่งร้อน รีบหลบหนีออกจากเมือง เขิงเหลียนเอ๋อร์เข้าใจความหมายของมัน เหินลิ่วไปอีกทางหนึ่งในบัดดล
จั่วม่อรู้สึกเอะใจ หันกลับไปมอง ปรากฏว่าเห็นอากุ่ยติดตามหลังมันมาอย่างกระชั้นชิด ต้องแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ “อากุ่ย พวกเราต้องแยกย้ายหลบหนีไปคนละทาง!”
อากุ่ยคล้ายไม่ได้ได้ยิน ยังคงติดตามมันมาไม่ยอมห่าง
จั่วม่อทั้งตื้นตันใจ ทั้งอกสั่นขวัญหาย หากพวกมันแยกย้ายกันไป สองโจรเฒ่าหัวโล้นย่อมต้องไล่ล่ามันผู้เดียว อากุ่ยกับเขิงเหลียนเอ๋อร์จะมีโอกาสหนีรอดไปได้ แต่มันไม่เคยคิดว่าอากุ่ยจะดื้อดึงถึงเพียงนี้ ยามคับขันอันตรายเช่นนี้กลับไม่รับฟังวาจาของมัน นี่ทำให้แผนการของมันล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
จากนั้นมันเหลือบเห็นริ้วสีแดงฉานสายหนึ่งผ่านแวบเข้ามาทางหางตา เป็นเขิงเหลียนเอ๋อร์ไปแล้วย้อนกลับมา
เขิงเหลียนเอ๋อร์กำลังย้อนกลับมาเช่นกัน!
มารดามันเถอะ!
จั่วม่อทั้งตื่นตระหนกทั้งเดือดดาล สตรีสองนางนี้ไฉนทำหูทวนลมนัก!แต่คุณธรรมน้ามิตรของพวกนางยังบันดาลให้มันตื้นตันใจอยู่บ้าง สำหรับอากุ่ยที่ติดตามมันมา จั่วม่อไม่ได้แปลกใจมากนัก นับตั้งแต่พบหน้ากันเมื่อครั้งกระโน้น นางก็แทบจะติดตามมันเป็นเงาตามตัวมาโดยตลอด แต่มันป