พราย แล้วพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ เคียงข้างไปกับจั่วม่อที่กำลังโถมโจมตีสุดแรงกำลัง
เขิงเหลียนเอ๋อร์ประดุจหมอกควันสีแดงสายหนึ่ง ร่างพร่าเลือนไม่แน่นอน ทิ้งเงาร่างเลือนรางหลายสายไว้เบื้องหลัง
คนทั้งสามจู่โจมเข้าหาจี้เจิ้งอย่างพร้อมเพรียง!
ช่วงเวลาระหว่างที่พวกมันตกลงใจหลบหนี แล้วตัดสินใจหวนกลับมาจู่โจม เป็นช่วงเวลาเพียงชั่ววูบเท่านั้น
ในความเห็นของไต้เทากับพวก การที่พวกจั่วม่อรีบหลบหนีไปทันควัน นับเป็นปฏิกิริยาตามปกติธรรมชาติ พวกมันไม่เห็นว่าน่าแปลกอันใดแต่รอจนคนทั้งสามจู่ ๆ หันกลับมาจู่โจมตอบโต้อย่างฉับพลันทันใด พวกมันถึงกับตะลึงงันไปชั่วอึดใจ
ซิวเจ่อด่านฝ่านซูอยู่ในสำนักมีศักดิ์ฐานะสูงส่งเทียมฟ้า พวกมันหากไม่ท่องเที่ยวไปทั่วหล้า เสาะหาสมบัติล้าค่าและของหายาก พวกมันก็มักจะปิดด่านฝึกตน มุ่งแสวงหาวิถีในระดับชั้นที่เหนือล้าขึ้นไป หากมิใช่ว่าสถานการณ์บังคับถึงขั้นวิกฤติการณ์แห่งความล่มสลาย ทางสำนักจะไม่รบกวนขุมพลังอันยิ่งใหญ่ชั้นฝ่านซูเป็นอันขาด อย่าว่าแต่วัดเสวียนคงซึ่งเต็มไปด้วยยอดยุทธ์มากมาย ย่อมไม่เคยมีความจำเป็นต้องเชื้อเชิญพวกมันออกหน้ามาก่อน
ครั้งสุดท้ายที่สองมหาสมณะได้ประมือกับผู้คน ก็เป็นเวลาหลายสิบปีล่วงมาแล้ว
ดังนั้นเอง การที่คนทั้งสามซึ่งสมควรหลบลี้หนีหน้า จู่ ๆ หันกลับมาจู่โจม สองยอดยุทธ์ด่านฝ่านซูจึงไม่ได้เตรียมใจไว้แม้แต่น้อย
หากนี่เป็นช่วงเวลาปกติ ต่อหน้าพลังอำนาจที่ห่างชั