ุมกำลังตามรายทางที่เคยเกรงอกเกรงใจจู่ ๆกลายเป็นยากจะเจรจาขึ้นมาทันที สิ่งที่สร้างความยุ่งยากให้แก่พวกมันยิ่งกว่า คือกองทัพที่คอยวนเวียนมารังควานพวกมัน
กองพันเล็ก ๆ เหล่านี้หาได้ส่งผลคุกคามต่อขบวนของจั่วม่อไม่เพียงแต่เหลือบไรเหล่านี้มีจำนวนมาก ผลักเปลี่ยนกันก่อกวนไม่หยุดยั้งพวกมันถ่วงเวลาการเดินทางของจั่วม่อจนล่าช้าลงไปมาก“มีคนมุ่งเป้ามายังพวกเรา!” เปี๋ยหานเอ่ยปากเสียงเย็น
กงชุนซาเห็นพ้องด้วยกับเปี๋ยหาน “มิผิด มีคนลอบชักใยอยู่ในเงามืดมิหนำซ้ามิใช่คนธรรมดาทั่วไปแน่”คนทั่วไปไหนเลยจะสามารถบงการขุมกำลังเล็ก ๆ เหล่านี้ได้ดั่งใจนึกเช่นนี้ ควรทราบว่าชื่อเสียงของเซี่ยวม่อเกอในยามนี้เจิดจรัสดุจอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่สามารถบีบบังคับให้ขุมกำลังเล็ก ๆเหล่านี้กล้าจู่โจมรังควานเซี่ยวม่อเกอ จะต้องมีตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ามันหลายเท่า“มีเงื่อนงำหรือไม่?” จั่วม่อถามเสียงขรึม
“ข้าจับกุมสายสืบได้หลายคน แต่คนเหล่านี้ไม่ได้ล่วงรู้อันใดเลย” กงซุนชากล่าวพลางสั่นศีรษะ“ผู้อื่นไฉนมุ่งเป้ามาที่เรา?” จั่วม่อเจาะจงลึกลงไปอีกขั้น“เรื่องนี้ยังไม่อาจทราบได้” กงซุนชาสั่นศีรษะอีกรอบ“ดูเหมือนเราจำเป็นต้องเชือดไก่ให้ลิงดูสักเล็กน้อย” จั่วม่อสีหน้าเย็นยะเยียบ
สถานการณ์การก่อกวนยิ่งมายิ่งเลวร้ายลง กองพันเล็ก ๆ เหล่านี้น่ารำคาญราวกับแมลงวัน หากยังปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปหนทางข้างหน้าของ