เหล่าอสูรบุปผาที่เข้ารับฟังคำชี้แนะพร้อมกันพวกมัน ด้วย
มีเพียงอาเหวินผู้ฝึกปรือทักษะปิศาจที่เป็นสิ่งแปลกปลอมในกลุ่ม แต่ สองคนที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด ผู้หนึ่งคืออสูรผมสีส้ม ส่วนอีกคนหนึ่ง กลับไม่มีผู้ใดคาดคิด เป็นอาเหวินเอง
การรุดหน้าก้าวไกลของอสูรผมส้มไม่มีอันใดให้กล่าวถึง ขณะที่มันป่า ๆเป๋อ ๆ เหลวไหลและฟุ้งซ่านได้ง่ายดาย แต่พรสวรรค์เชิงยุทธ์ของมันยัง ลึกลํ้าสุดหยั่งถึง พอ ๆ กับความสามารถในการเปลี่ยนเรื่องของมันทีเดียว
แต่อาเหวินกลับเป็นตัวประหลาดไม่แพ้กัน จั่วม่อกล่าวถึงศาสตร์อสูร ชัดๆ แต่ทักษะปิศาจของอาเหวินกลับพัฒนารุดหน้าไปด้วย
ทว่าสองคนที่มีฝีมือรุดหน้ามากที่สุดกลับไม่ถูกชะตากัน แต่ละวัน พวกมันต้องต่อยตีกันสักสองสามรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจั่วม่อไม่อยู่
อย่างไรก็ตาม คราครั้งพวกมันพวกมันถูกจั่วมอจับตัวเอาไว้
อาเหวินยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ตรงหน้าจั่วมือ อสูรผมสีส้มยังคงเชิดหน้า สู้สายตาจั่วม่อ คนอื่น ๆ ล้วนมีสีหน้าคาดหวัง วันนี้ต้าเหรินใช่จะลงโทษสองคนที่ไร้ขีดจำกัดล่างนี้ให้เป็นเยี่ยงอย่างหรือไม่?
“อะแฮ่ม พวกเจ้าทั้งสอง ไฉนวัน ๆ เอาแต่ต่อยตีกัน?” จั่วม่อถาม
“มันอิจฉาพรสวรรค์อันน่าอัศจรรย์ใจของข้า รวมถึงใบหน้าอันหล่อ เหลาของข้าด้วย!” อสูรผมส้มกล่าวอย่างเป็นจริงเป็นจัง
อาเหวินเดือดดาลยิ่ง “เจ้า! เข้ามาเลย มาต่อสู้กันสักสามร้อยกระบวนท่า!”
“เจ้าอย่าหนีก็แล้วกัน!” อสูรผมส้มตาเป็นประ