กาย
“ผู้ใดเลิกราก่อนถือเป็นลูกเต่า!”
“เจ้าสิลูกเต่า!”
“ข้าจะฆ่าเจ้าเดี๋ยวนี้!”
จั่วมอได้แต่ขัดจังหวะและดึงพวกมันเอาไว้คนละข้าง แต่แม้ว่าจะถูก ดึงเอาไว้ พวกมันยังคงถลึงตาใส่กันอย่างขัดข้องขุ่นเคือง
“ข้ามีหนทางให้พวกเจ้าทั้งสองสามารถตัดสินได้ว่าผู้ใดร้ายกาจกว่า กัน”จั่วมอยกมือพลางกล่าว
“หนทางใด?”
“พวกเจ้าคนหนึ่งฝึกปรือทักษะปิศาจ อีกคนหนึ่งฝึกปรือศาสตร์อสูร ย่อมไม่อาจเปรียบเทียบกันได้ว่าผู้ใดเหนือกว่าผู้ใด”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว!” ทั้งสองคู่อริพยักหน้าพร้อมกัน พวกมันไม่ชอบ ขี้หน้าอีกฝ่าย แต่จนใจที่ทั้งคู่ฝึกปรือสองวิถีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นหากไม่ต่อสู้ก็ไม่อาจบอกได้ชัดเจนว่าใครเหนือกว่าใคร
“เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเจ้าไฉนไม่ฝึกปรือวิถีเดียวกันเสียเล่า? เช่นนั้น ผู้ใดเหนือกว่าผู้ใดมิใช่สามารถมองเห็นได้โดยง่ายหรอกหรือ?” จั่วมอวางเหยื่อล่อ
“ฮ่าฮ่า! ลูกพี่สมกับที่เป็นลูกพี่! มีหัวคิดดีเทียบเท่าข้าเลยทีเดียว สามารถออกความคิดดี ๆ เช่นนี้ออกมาได้” อสูรผมส้มหัวร่ออย่างถูกอก ถูกใจ
“เฮอะ! ข้าจะให้เจ้ายอมรับความพ่ายแพ้ทั้งปากและใจ!” อาเหวิน แค่นเสียง
จั่วมอยิ้มอย่างกลอกกลิ้ง “ข้าในที่นี้มีอยู่วิธีการหนึ่ง จำเป็นต้อง ฝึกปรือพลังปราณ พลังจิตสำนึกและพลังสังขารปีศาจพร้อมกัน อย่างไรก็ ตามให้ข้าเตือนพวกเจ้าเสียก่อน นี่เป็นวิธีการฝึกปรือที่ยากเย็นแสนเข็ญ ยิ่ง”
“ยากสิดี หากไม่ยาก ไหนเลยจะสามารถแสดงคว