ามอัจฉริยะของข้า ได้เต็มที่!” อสูรผมส้มกล่าวพลางหัวเราะชอบใจ
“เฮอะยิ่งยากก็ยิ่งดี เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครบางคนจะได้ยอมรับความพ่าย แพ้โดยไม่มีข้อโต้แย้งเสียที!” อาเหวินแค่นเสียงอย่างเย็นชา
“คนโง่ เจ้าเพียงแค่รอสยบแทบเท้าต้าเฉิงยอดอัจฉริยะผู้นี้เถอะ!” อสูรผมส้มเชิดหน้าอย่างเย่อหยิ่ง สายตามองขึ้นไปถึงท้องฟ้าโน่น
“ข้าจะฆ่าเจ้า เจ้าลูกเต่า!” อาเหวินดวงตาแทบลุกเป็นไฟ
“โอ้โอ้โอ้! ร้อนแรงดีจริง! มีความฮึกเหิม! ประเสริฐ ประเสริฐ! พวก เจ้าแต่ละคนรับเคล็ดวิชาไปหนึ่งฉบับ ผู้ใดร้ายกาจกว่า เราจะได้รู้กันในอีก ไม่นาน” จั่วม่อล้วงม้วนหยกออกมาสองม้วนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
สองคู่อริรีบแย่งกับรับไปคนละม้วน
จั่วมอตบไหล่อสูรผมส้มหนัก ๆ “ต้าเฉิง อย่าได้เสื่อมเสียชื่อของยอดอัจฉริยะเชิงยุทธ์!”
“ลูกพี่ไม่ต้องห่วง!” อสูรผมสีส้มมีสีหน้าภาคภูมิลำพอง “วิชาที่ผู้คน คิดค้นขึ้นมา ยังไม่เคยมีวิชาใดสามารถสร้างปัญหาให้แก่ต้าเฉิงผู้นี้ได้!”
จากนั้นจั่วม่อเดินไปหยุดตรงหน้าอาเหวิน ตบไหล่อาเหวินอย่างยิ้ม แย้ม“อาเหวิน เจ้าจะต้องปกป้องชื่อเสียงของค่ายเว่ย!”
“ต้าเหรินมั่นใจได้เข้าจะต้องเชือดเจ้าลูกเต่านี้ทิ้งให้ได้!” อาเหวินเค้น เสียงลอดไรฟัน
“ป่าเถื่อน!” อสูรผมส้มทำหน้าเหยียดหยาม “คนโง่!” อาเหวินถลึงตากลับ
“ตั้งใจเข้าล่ะ!” จั่วม่อยิ้มพลางโบกให้ทั้งคู่ ก่อนจะเดินจากไป
“กองทัพของเซี่ยวม่อเกอช่างยากจะเข้าร่วมนัก! ฟังว่าวันนี้