วามทะเยอทะยาน แบบอย่างที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อหน้า เป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่พวกมัน
แต่ทว่าผู้คนทั้งโรงเตี้ยมไม่มีผู้ใดทันได้สังเกตเห็น ชายชราที่อยู่ในมุม หนึ่งพอฟังว่าเซี่ยวม่อเกอสังหารอวี่ไสว้กลางศึก ดวงตาหมองมัวหม่นมืด พลันสาดประกายวาบดุจสายฟ้า
ชายชราผู้นี้ศีรษะล้านใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่น เสื้อผ้าขาด รุ่งริ่งดูน่าเวทนายิ่ง
มันยกสุราราคาย่อมเยากระดกรวดเดียวหมด ก่อนจะลุกขึ้นยืน เดิน ออกจากโรงเตี้ยมโดยไม่มีผู้ใดสนใจ
มันเดินไปตามถนนอย่างเงียบงัน เมื่อสายลมพัดผ่านร่างนั้น มันดู อ้างว้างเดียวดายอย่างบอกไม่ถูก
“นายท่าน นายท่าน! ลองดูนี่เสียก่อน! ภาพมายาฉบับล่าสุดเกี่ยวกับ ศึกที่เซี่ยวม่อเกอสังหารอวี่ไสว้เป็นภาพมายาชุดใหม่เอี่ยมอ่องที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไดมาก่อน มีที่นี่ที่เดียว บันทึกโดยคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริง ท่านสามารถชมดูก่อน….”
เมื่อเสียงร้องขายของจากร้านด้านข้างดังเข้าหูชายชรา มันพลันชะงัก เท้าทันควัน
“ราคาเท่าใด?”
“สิบห้าม่อเป้ย!”
“ขอข้าชุดหนึ่ง”
“ขอบพระคุณ!”
ชายชราเดินเข้าไปในมุมหนึ่ง ผนึกพลังเข้าไปในแผ่นภาพมายา กระตุ้นให้ฉายภาพออกมา
พ่อค้ารายนั้นไม่ได้หลอกลวง นี่เป็นบันทึกภาพจากคนที่อยู่ใน เหตุการณ์จริง ๆ เพียงแต่การบันทึกไม่มีพลังมากนัก ได้รับผลกระทบจาก กระแสพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากการต่อสู้ค่อนข้างมาก ดังนั้นภาพจึงไม่ ค่อยชัดเจนเท่าใดนัก
ชายชราเพ่งมองอย่างระมัดระวั