ง
เมื่อมันเห็นจั่วม่อต่อสู้หักหาญกับอวี่ไสว้ ดวงตามืดมัวพลันสาด ประกายวาบ ชั่วพริบตานี้ชายชราสกปรกมอมแมมผู้นี้ประหนึ่งศาสตรา อันคมกล้าที่ดุร้ายกระหายเลือด เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายอย่างบอกไม่
แต่ในไม่ช้ามันก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของตน รีบสงบระงับใจ กลับสู่สภาพเดิมทันที
แต่รอจนมันพบเห็นอากุ่ย ค่อยสะท้านขึ้นทั้งร่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนที่ดวงตาของอากุ่ยสาดประกายแสงสีม่วงเจิดจ้ามาจากภายในภาพมายา ชายชราถึงกับร่างแข็งทื่อดุจคนสูญเสียวิญญาณ
นํ้าตาร้อนผ่าวสองสาย พลันไหลรินลงมาจากดวงตาหม่นมัวคู่นั้น
ภาพมายาตรงหน้ามันแตกกระจายเป็นจุดแต้ม โดยไม่มีเค้าลาง ล่วงหน้า
“เซียนกระบี่เช่นนั้นรึ?”
สุ้มเสียงเย็นเยียบดังมาจากด้านบนของห้องโถงใหญ่ เหล่าแม่ทัพ นายกองที่ด้านล่างตัวสั่นระริก
“ใช่ขอรับ!” ผู้กล่าววาจาคือคนที่หมอบราบอยู่บนพื้น ไม่กล้าเงยหน้า ขึ้นสีหน้ามันยํ่าแย่ยิ่งเหงื่อเม็ดโป้งไหลลงมาจากหน้าผาก ร่วงกระทบพื้นเสียงดังฟังชัด
เหล่าแม่ทัพนายกองพากันกวาดตามองคนผู้นั้นอย่างเห็นใจ
“เซียนกระบี่ผู้หนึ่งถึงกับกล้ามาอาละวาดในดินแดนของข้า ฮ่า!” สุ่ม เสียงเย็นเยียบไร้อารมณ์ความรู้สึก ราวกับกำลังกล่าวถึงเรื่องทั่วไป
ปีศาจที่หมอบราบอยู่บนพื้นเหงื่อซึมท่วมกายมากกว่าเดิม แม่ทัพ นายกองคนอื่นล้วนหน้าเปลี่ยนสี พวกมันล้วนฟังออกว่าจู่ซ่างพิโรธแล้ว!
“ประเสริฐ ประเสริฐยิ่ง!”
ปิศาจที่คุกเข่าบนพื้นหน้าขาวซีดดุจคน