ภายในกลุ่มแสง
ร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิท่ามกลางเปลวเพลิงสีทอง ร่างกายทั้งร่างแดงก่ำ แสงสีทองสว่างไสวแผ่กระจาย เสี้ยวคิ้วแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวด
บริเวณหว่างคิ้วเปล่งแสงเรืองรอง วิญญาณยุทธ์ทรงพลังปะทุออกมาอย่างเต็มที่ พลังกระแสจิตพวยพุ่งมุ่งสู่เปลวเพลิงสีทองอ่อนที่ลอยอยู่ตรงหน้า
ซูเฉินกำลังพยายามหลอมเพลิงกลืนสรรพสิ่ง!
ทว่า กระบวนการนี้ช่างเจ็บปวดอย่างยิ่ง
แม้เพลิงกลืนสรรพสิ่งจะเหลือเพียงเมล็ดเพลิง แต่มันยังคงทรงพลังมหาศาล มีพลังในการเผาผลาญและกลืนกินสรรพสิ่ง
แม้ว่าวิญญาณยุทธ์ของซูเฉินจะแข็งแกร่งและพลังจิตแทบจะจับต้องได้ แต่ทันทีที่ปล่อยพลังจิตเข้าใกล้ มันก็ถูกเผาไหม้เป็นจุณในพริบตา
พลังจิตถูกทำลาย ซูเฉินก็ได้รับผลสะท้อนอย่างรุนแรง
แต่เขายังคงไม่ยอมแพ้
เขารู้ดีว่าการหลอมเพลิงสวรรค์แท้ต้องใช้ความอดทน มุ่งมั่น สติปัญญา และพรสวรรค์อย่างแท้จริง
แม้พลังจิตจะถูกเผาไหม้ไปหลายสาย แต่ซูเฉินก็สามารถประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของเพลิงกลืนสรรพสิ่งได้คร่าว ๆ และค่อย ๆ คิดหาวิธีในการหลอมมัน
“เพลิงกลืนสรรพสิ่งมีพลังในการกลืนกินและหลอมรวมเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพลังของตนเอง ซึ่งต่างจากเพลิงสุริยันที่ร้อนแรงรุนแรง หากจะหลอมมัน ต้องทนต่อพลังกลืนกินของมันให้ได้!”
ซูเฉินคิดอย่างลึกซึ้ง ดวงตาสาดประกายสว่างไสว
“หากใช้วิธีค่อยเป็นค่อยไป ด้วยพลังจิตของข้า อาจหลอมมันได้ภายในเวลา… แต่ข้าไม่มีเวลาขนาดนั้น”
เขาสะท้อนใจ
เพราะหลิน