ม่อย่อมไม่ปิดบังนาง
“อาณาจักรนํ้าพุปรโลก?” เสียกงจู่มีสีหน้าตะลึงลาน “นั่นไม่ใช่ สถานที่ที่จะไปถึงได้ง่ายนัก!”
“ข้ารู้” จั่วมอผงกศีรษะรับ
มองดูสีหน้าเด็ดเดี่ยวของจั่วม่อ โฉมสะคราญที่รู้ใจคนนางนี้ไม่คิด เกลี้ยกล่อมมันให้ล้มเลิกการเดินทาง เพียงแย้มยิ้มพลางกล่าว “หลังจาก นั้นหากมีเวลาว่าง อย่าลืมไปเยี่ยมเยือนข้าสักครา อย่าได้ลืมเลือนว่าเจ้ายังคงติดหนี้ข้าหนหนึ่ง!”
“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น” จั่วมอตอบรับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
รับฟังสุ่มเสียงมั่นคงและจริงจังของนิ้วมือ เสียกงจู่รู้สึกเบิกบานใจ อย่างประหลาด นางจู่ ๆ ถามอย่างกะทันหัน “เช่นนั้นยามนี้สามารถบอก นามแท้จริงของเจ้าได้หรือไม่?”
จริงดังคาด นางมองมันออกแล้ว……
แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด จั่วม่อกลับรู้สึกคลายใจลงมันตอบอย่าง ปลอดโปร่ง “จั่วม่อ!”
“จั่วม่อ..จั่วม่อ… ” เสียกงจู่พึมพำซํ้าไปซํ้ามา จากนั้นระเบิดหัว ร่องอหายชี้หน้ามัน “เสี่ยวม่อเกอ….เซี่ยวม่อเกอ เจ้าเป็นอันธพาลน้อย จริง ๆ!กระทั่งนามปลอมยังร้ายกาจนัก!”
มองดูเสียกงจู่หัวร่อจนตัวงอ จั่วม่อเบ้ปากเล็กน้อย
ไม่ทราบเพราะเหตุใด พอถึงตอนท้ายเสียงหัวร่อกลับแฝงความรัดทด หดหู่อยู่บ้าง รอจนเสียงหัวร่อแว่วหวานจางหายไป ความเงียบงันก็เข้ามาแทนที่ ระหว่างคนทั้งคู่แยกออกจากกันด้วยระยะทางที่มองไม่เห็นชนิดหนึ่ง
ทั้งสองล้วนทราบกระจ่างแก่ใจ จากกันคราวนี้ไม่ทราบจะมีโอกาสได้ พบกันอีกหรือไม่
มองดูใบหน้าที่ไม่อาจ