กยังเป็นเช่นนี้ต่อไป การพ่ายแพ้ของกององครักษ์หยาด พิรุณก็เพียงขึ้นอยู่กับช้าหรือเร็วเท่านั้น
“แม่ทัพผู้นี้ฝีมือร้ายกาจยิ่ง!” หมิงอวี่เวยแตกตื่นตะลึงลานจนแทบ พูดไม่ออก
มิใช่เพียงนางผู้เดียว ไม่ว่าหมิงฮุยหรือกองโจรตระกูลหมิงคนใดล้วน นิ่งจึงตะลึงงันอยู่กับที่ ถึงยามนี้ในที่สุดพวกมันค่อยเข้าใจกระจ่างว่าแม่ทัพบัญชาการศึกที่พวกมันเคยประมือด้วย เป็นยอดแม่ทัพที่ร้ายกาจถึงเพียงไหน!
เดิมทีพวกมันคิดฉวยโอกาสในความสับสนวุ่นวายลอบจู่โจมกองพัน บาปเคราะห์จากทางด้านหลัง
แต่หลังจากชมดูการต่อสู้ทั้งหมดแต่ไกล พวกมันถึงกับริมฝีปากสั่น ระริกมือเท้าเย็นเฉียบ ต่อให้เพิ่มกำลังขวัญให้แก่พวกมันอีกสิบดวงก็ไม่มี ผู้ใดกล้ามีความคิดที่จะลอบจู่โจมอีกต่อไป พวกมันล้วนประจักษ์ชัดด้วย สองตาของพวกมัน ว่ากององครักษ์หยาดพิรุณถูกกองพันบาปเคราะห์เช่น ฆ่าสังหารราวกับผักปลาอย่างไร การตอบสนองที่ค่อนข้างเชื่องช้าของกององครักษ์หยาดพิรุณ ย่อมไม่อาจหยุดยั้งการบุกจู่โจมอันเกรี้ยวกราดสุดเปรียบปานของกองพันบาปเคราะห์ได้แม้แต่ชั่ววูบ
กองพันประหลาดนี้ บางครั้งกลอกกลิ้งราวสุนัขป่า บางคราอาจหาญ ดุดันตุจพยัคฆ์ร้าย
แม่ทัพบัญชาการกองพันบาปเคราะห์มีฝีมือร้ายกาจอย่างไม่น่าเชื่อ ฝีมือควบคุมสนามรบของมันบรรลุถึงระดับชั้นอันน่าแตกตื่นสะท้านโลก
แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนตื่นตกใจมากที่สุด คือแบบฉบับการต่อสู้อันดุดันอำมหิตของเปี๋ยหาน
พวกมันจะมุ่งจู่โจมจุ