เมื่อเงารางเลื่อนปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า กลิ่นอายดุร้ายป่าเถื่อนชนิด หนึ่งพลันทะลัก ทลายไปทั่วสมรภูมิ ผู้คนที่ยังไม่ทันจะฟื้นคืนสติสัมปชัญญะร่างกายสนองตอบไปตามสัญชาตญาณดั้งเดิมที่สุด นั่นคือ ตัวสั่นสะท้าน!
สั่นสะท้านโดยไม่รู้สึกตัว! ตัวสั่นเทาโดยไม่อาจระงับยับยั้ง!
ภายใต้พลังอันตุร้ายป่าเถื่อนสุดเปรียบปานนี้ พวกมันเย็นเฉียบไปทั้ง ร่างสั่นระริกไม่หยุดยั้ง
กรรรรร!
คลื่นพิโรธระเบิดวาบอย่างฉับพลัน กวาดซัดไปทั่วบริเวณ ทุกผู้คน คล้ายถูกหวดฟาดอย่างหนักหน่วง
สิบดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าสนองตอบต่อเสียงคำรามของเงาดำ สาดแสงเจิดจรัสร้อนแรง ดวงอาทิตย์ทั้งสิบโคจรหมุนวนอยู่กลางเวหาด้วย ระดับความเร็วที่เชื่องช้ายิ่ง ท่ามกลางการหมุนด้วยจังหวะอันพิสดาร พลังพิสุทธิ์อันยิ่งใหญ่ไพศาลถั่งโถมออกมาไม่ขาดสาย
จั่วม่อเป็นคนแรกที่ได้สติรู้ตัว มันยังไม่ลืมเลือน ว่ามันกำลังตกอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่อาจร่างสลายเป็นผุยผงได้ทุกเมื่อ หากมันประมาทเลินเล่อแม้แต่น้อยนิด อาจไม่มีโอกาสพลิกฟื้นอีกเป็นครั้งที่สอง
ทุกรายละเอียดยิบย่อยที่เกิดขึ้นหมุนเร็วรี่ในใจมัน มันทราบกระจ่าง แก่ใจรายละเอียดเหล่านี้ไม่ว่าจะเล็กน้อยสักเพียงใดล้วนอาจเป็น ตัวกำหนดชะตาชีวิตของมันได้ อยู่รอดหรือตกตาย มันมีโอกาสเพียงชั่ววูบ จำต้องทุ่มเทค้นหาโอกาสเสี้ยวเล็ก ๆ จากในรายละเอียดทั้งหมดนี้
มีการเปลี่ยนแปลงมากมายที่มันยากจะทำความเข้าใจได้ ทั้งเมล็ด ผล