ามา
คลื่นกระแทกม้วนกวาดเข้าใส่พวกมันอย่างเร่งร้อน ประดุจกำแพงเหล็กกล้าโถมทับก็มิปาน
บรรตาปิศาจที่เผชิญกับคลื่นระลอกแรกไม่ทันได้ตอบสนอง ก่อนที่พวกมันจะรู้สึกคล้ายถูกค้อนยักษ์หวดฟาดใส่อย่างถนัดถนี่ ร่างปลิวลิ่วดุจว่าวสายป่านขาด กระอักเลือดเป็นฟูฝอย
คลื่นอากาศอันน่าสะพรึงกลัวกวาดทำลายโดยไร้ผู้ต้านติด ยอดทหารกองกำลังองครักษ์หยาดพิรุณไม่ต่างจากกิ่งไม้แห้งต้องลมพายุ ไม่มีปัญญาต้านทานแม้แต่น้อย
จูเข่อกับเหล่ายอดยุทธ์สีหน้าแปรเปลี่ยน แต่ละคนรีบคุ้มกันกงจู่ พลางดีดกายล่าถอยเป็นพัลวัน
ผู้ที่มีปฏิกิริยาเชื่องช้า ล้วนถูกคลื่นกระแทกนี้กวาดม้วนไปตามกัน
หากพวกมันไม่ต่อต้านแข็งขึ้นและปล่อยตัวคล้อยตามสภาวะอันน้าพรั่นพรึงนี้ อาจไม่มีสิ่งใดร้ายแรง แต่บางคนกลับคิดใช้พลังฝีมือฝันรั้งยืนหยัดเสียงแตกหักดังระรัว กระดูกในร่างกายพวกมันไหนเลยจะทานทนรับ พลังอันแกร่งกร้าวถึงปานนี้ได้ ถูกบดขยี้หักสลายในพริบตา
ราวกับวันสิ้นโลกมาเยือนก็มิปาน!
ทุกผู้คนตกตะลึงพรึงเพริด จิตใจสะท้านสั่นไหวใบหน้าซีดขาว เหมือนคนตาย
เพียงการปะทะหนึ่งกระบวนท่า กลับทรงพลานุภาพน่าแตกตื่น สะท้านใจถึงเพียงนี้
ภายใต้ความโกลาหลอลหม่านนี้ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเงาร่างเลือนร่าง ดั่งหมอกควัน ลั่วล่องย้อนวนคลื่นผู้คน โลดแล่นทะยานดุจไต่ไปตาม กระแสลม
คลื่นกระแทกที่แกร่งกร้าวดุจกำแพงเหล็ก ต่อหน้าเงาร่างงามเพริศนี้ กลับอ่อนนุ่มประดุจกอนเต้าหู้ไม่อาจสกัดก