่อนคลายของอวี่ไสว้ หลังจากปะทะ กันหนึ่งกระบวนท่าสะท้านฟ้าดิน สารรูปของจั่วม่อกลับน่าอนาถสุดทนดู
ทั่วร่างปรากฏกลุ่มควันลอยขึ้นเป็นสาย เสื้อผ้าฉีกขาดไม่มีชิ้นดี ร่างกายปกคลุมด้วยบาดแผลน้อยใหญ่นับไม่ถ้วน ประกายแสงสีแดงจ้า รอบกายมันหม่นแสงลงมาก กระทั่งดวงอาทิตย์ทั้งสิบยังคล้ายสูญเสียประกายการปะทะหักหาญเมื่อครู่มิเพียงสูบกลืนพลังทั้งหมดของมันไป แต่ยังทำให้รับบาดเจ็บอย่างหนักหนาสาหัส
ใบหน้าของมันขาวเผือดลวดลายดวงอาทิตย์กลางหว่างคิ้วมัวหม่น ดวงอาทิตย์อีกเก้าดวงก็แทบจะดับแสงไปเมื่อปราศจากดวงอาทิตย์ ทั้งสิบคอยช่วยดูดซับพลังเทพ พลังเทพภายในลายมันคล้ายหลุดจาก บังเหียนโดยสิ้นเชิง ยามนี้อาละวาดพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง
จั่วม่อฝืนกล้พกลืนโลหิตที่ประดังขึ้นมาถึงลำคอ ถลึงตามองอวี่ไสว้ อย่างเย็นชา
“ผู้ที่ยังอยู่ในด่านเจียงแต่เปี่ยมด้วยพลังสภาวะเช่นนี้ ข้าเพิ่งจะเคย พบเห็นเจ้าเป็นคนแรก” อวี่ไสว้กล่าวอย่างเฉื่อยชา สุ่มเสียงเต็มไปด้วย ความชื่นชม
จั่วม่อไม่กล่าจค้าใด นี้มิใช่ว่ามันไม่คิดตอบโต้ แต่เป็นไม่สามารถ ยามนี้ทำร่างของมันคล้ายเดือดพล่าน พลังเทพม้วนกวาดอาละวาดไปทั่วกาย เอาร้ายที่สุดก็คือการปะทะหักหาญหนึ่งกระบวนท่าเมื่อครู่ ถึงกับเป็น ให้ให้ตราผนึกของเมล็ดผลึกสุริยันบังเกิดรอยแตกขึ้นสายหนึ่ง!
ครั้งนั้นที่สมรภูมิร้างปิดผนึกล้างเผ่าพันธุ์ อสุภประหลาดเคยบอกว่า เมล็ดผลึกสุริยันมีพลังมากเกินไป จั่วม่อยังไม่